ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความโดดเด่นในมุมมองของการมอบและการเปิดประสบการณ์ที่ทั้งหลากหลายและน่าตื่นเต้นให้แก่นักท่องเที่ยว อีกทั้งประชาชนชาวไทยเองก็ยอมรับในเรื่องของความแตกต่างและหลากหลายทางเพศค่อนข้างมาก ดังนั้นประเทศไทยจึงได้รับความไว้วางใจให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศ (Leksakun, 2010) สามารถที่จะกล่าวได้ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศได้รับการยอมรับในประเทศไทยเป็นอย่างดี และยังมีความสำคัญต่อสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งอีกด้วย (Leksakun, 2010)นอกจากนั้นประเทศไทยเป็นสถานที่ที่มีความหลากหลายอย่างมากในประเภทของการท่องเที่ยวต่างๆ จึงทำให้มีการโปรโมตแคมเปญการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศ ซึ่งมีแนวทางการท่องเที่ยวที่เน้นความหรูหรา (Fuller, 2013) โดยมีแคมเปญที่ใช้ชื่อว่า ‘Go Thai. Be Free.’ (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) โดยเป็นแคมเปญที่เน้นถึงการเปิดทัศนคติของคนไทยและประเทศไทยเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศ เพื่อเป็นการบอกว่าประเทศไทยนั้นต้อนรับไม่กีดกัน และไม่ต้องรู้สึกอึดอัดเมื่อมาเที่ยวที่เมืองไทยอีกต่อไป

ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศ แต่ว่ามีการศึกษาเพื่อเข้าใจถึงแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ที่มาเที่ยวเมืองไทยเป็นจำนวนที่น้อยมากโดยผลงานชิ้นนี้จะเป็นหนึ่งในชิ้นงานภายใต้หัวข้อที่น้อยนักจะได้รับการค้นคว้าศึกษาและนำมาวิจัย การศึกษานี้ได้มุ่งค้นคว้าไปที่แรงดึงดูดศึกษาถึงแรงจูงใจ ศึกษาเอเจนซี่ทัวร์ และศึกษาผู้ประกอบการในประเทศไทย

งานวิจัยนี้ใช้วิธีการศึกษาแบบผสมผสาน (ศึกษาในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ) เพื่อเก็บข้อมูลนักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศ ในสถานที่ท่องเที่ยวพิเศษ ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายไปยังผู้มีความหลากหลายทางเพศหรือกลุ่มผู้รักร่วมเพศ (ชาย-ชาย) ที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพฯ เช่น ย่านสีลม และพัฒนพงษ์

การศึกษานั้น เปิดเผยถึงปัจจัยความสนใจของนักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศในการที่จะเดินทางมายังประเทศไทย ดังนี้

ธรรมชาติ
นักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศ หลงใหลในธรรมชาติของประเทศไทย โดยสถานที่ที่ชื่นชอบที่สุด คือ เชียงใหม่และเชียงราย ซึ่งมีความสวยงามของเทือกเขาต่างๆ ส่วนพัทยาและภูเก็ต ขึ้นชื่อว่ามีชายหาดที่สวยงาม

เทศกาล
งานเทศกาลเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศ ต้องการมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย เพราะต้องการมาร่วมงานเทศกาลที่โด่งดังและยิ่งใหญ่ เช่น เทศกาลสงกรานต์

นอกจากนั้น การศึกษานี้สามารถที่จะยืนยันได้ถึงทัศนคติที่ดีของคนไทยที่มีต่อกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่สร้างมาโดยเจาะจงกลุ่มเป้าหมายนี้ เช่น โรงแรม, บาร์, ไนต์คลับ, ร้านกาแฟ,ร้านอาหาร, ร้านนวด เป็นต้น มีผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวในการเลือกที่จะเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย

ความเป็นมิตรของผู้คน
นักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศ มองประเทศไทยเป็นเมืองแห่งรอยยิ้มชาวไทยใจดีมีจิตบริการและยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกประเภท

สิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะกลุ่ม
นักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศ มีความสนใจในสิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะกลุ่ม ที่มีอยู่อย่างมากมายในเมืองไทย เช่นโรงแรม, บาร์,ไนต์คลับ, ร้านกาแฟ, ร้านอาหาร, ร้านนวด เป็นต้น

ผลการศึกษานี้เป็นประโยชน์แก่ ผู้ประกอบการ เอเจนซี่ และ ททท. ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศ เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและสามารถปรับแผนและกลยุทธ์ ในการที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศ เข้ามาท่องเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น ดังนี้

1.การท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ
ควรโปรโมต/ควรมีการสนับสนุน ผลักดัน หรือจัดแพ็กเกจท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ เช่น ภูเขา (เชียงใหม่, เชียงราย) หรือชายหาดที่สวยงาม (พัทยา, ภูเก็ต) เฉพาะกลุ่มเพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศ

2.เทศกาล
เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศจำนวนมากเข้ามาท่องเที่ยวเมืองไทยเพื่อร่วมงานเทศกาล เช่น เทศกาลมหาสงกรานต์ เพราะฉะนั้นหากสามารถจัดงานเทศกาลขนาดใหญ่ (Mega Events) เช่น งานมาดิกราส์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศ อาจส่งผลดีอย่างมาก

3.สยามเมืองยิ้ม
ประชาสัมพันธ์เรื่องทัศนคติของคนไทย ที่มีต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศว่าคนไทยไม่รังเกียจ ไม่กีดกันเพศที่สาม/ผู้มีความหลากหลายทางเพศจุดนี้เป็นจุดแข็งอีกจุดหนึ่งที่สำคัญของประเทศไทย

4.สิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะกลุ่ม
สร้างสรรค์สิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะกลุ่มให้มากขึ้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศ มีทางเลือกที่มากขึ้น เช่น โรงแรม, บาร์, ไนต์คลับ,ร้านกาแฟ, ร้านอาหาร, ร้านนวด เป็นต้น ควรมีความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในการจัดโปรโมชั่นหรือรายการสนับสนุนการขายร่วมกันซึ่งรวมไปถึงระหว่างผู้ประกอบการ รวมถึงภาครัฐ เพื่อให้มีความหลากหลายมากขึ้น สื่อถึงความครบวงจร เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มรักร่วมเพศ

Travel Motivations of Homosexual Travelers in Thailand

The research by the Tourism and Hospitality Industry Division, Mahidol University International College, to study the travel motivation and attraction of gay travelers in Thailand through a mix of quantitative and qualitative approach revealed that the subject are mainly interested in natural attractions in the north of Thailand (Chiang Mai, Chiang Rai) as well as the beaches of Pattaya and Phuket. Another key interest is local festivals. Targeted infrastructure is also a crucial decision-making factor for homosexual tourists.

เรียบเรียง

คา ทัท นิกสัน เชน ภาควิชาการจัดการการท่องเที่ยวและการโรงแรม วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล
ธิติพล บุญปลูก นักศึกษาปริญญาโท การจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล

อ้างอิง

Bunpluk, T. (2016). The Motivation Factors of International Gay Tourists Travel in Thailand. Unpublished Master degree thesis.

Fuller, T. (2013). Thais cast a wide net for diverse tourists. New York Times. Retrieved from www.nytimes.com/2013/08/04/world/asia/thais-cast-a-wide-net-for-diverse-tourists.html.

Leksakun, S. (2010). Chiang Mai: The gay and the city. Austrian Journal ofSouth-East Asian Studies, 3 (2), 249-253.

Tourism Authority Thailand (n.d.). goThai.be Free.  Retrieved from http://gothaibefree.com/