Sakonhed Festival: Sakon Made, Sakon Craft

The ‘Sakonhed’ or Sakon Made festival began with the collaboration of young Sakon Nakhon natives with various talents and skills, such as weaving, dyeing, smallscale farming and design, all of whom wish to return to their native I-san homeland. The central concept of the festival is to showcase the region’s gentle, environmental and self-sufficient way-of-life through local food, arts and craft.

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม 2561 ททท. จัดกิจกรรมเสวนาหัวข้อ สกลเฮ็ด

Made Craft ที่ห้องสมุด โดยเชิญแกนนำผู้ริเริ่มและผลักดันงาน ‘สกลเฮ็ด’ คือ คุณปราชญ์ นิยมค้า และคุณยิปซี จันทร์เพ็งเพ็ญ มาร่วมพูดคุย

สาระเกี่ยวกับกิจกรรม สกลเฮ็ด ที่ถ่ายทอดจากแขกทั้งสองท่านมีดังนี้

หนุ่มสาวชาวสกลฯ อยากกลับบ้าน

หนุ่มสาวชาวสกลนครที่อยากกลับมาใช้ชีวิตและทำมาหากินยังบ้านเกิด ได้ชักชวนเหล่าเพื่อนฝูงที่มีความคิด มุมมองเหมือนกัน สร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์สินค้าทำมือหรืองานคราฟต์ด้วยความคิดที่ว่า งานคราฟต์คือ วิถีชีวิตที่ทำด้วยความประณีต ตั้งใจและใส่ใจ โดยดึงภูมิปัญญาท้องถิ่น มาต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์ จนเกิดผลิตภัณฑ์ที่ร่วมสมัยจับต้องได้ และสามารถนำมาประกอบอาชีพ เลี้ยงตนเองได้นี่ คือจุดเริ่มต้นของกลุ่ม ‘สกลเฮ็ด’ และที่มาของเทศกาล ‘สกลเฮ็ด’ ซึ่งเลือกจัดขึ้น เพื่อเป็นการพบปะสังสรรค์กันปีละคร้ังในเดือนธันวาคม ช่วงฤดูหนาว อากาศดี และตรงกับระยะเวลาที่มีวันหยุดยาวของจังหวัดสกลนคร โดยเนรมิตลานโล่งในบริเวณ บขส. ให้กลายเป็นงานแฟร์เล็กๆ ตกแต่ง ด้วยวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ เศษไม้ ที่หาได้โดยทั่วไป นำผืนผ้าและอุปกรณ์ทำมาหากินพื้นบ้านมาจัดวางที่สำคัญคือทำจากใจ ไร้งบประมาณและสปอนเซอร์

แต่คนพื้นบ้านกลับไม่รู้จักหนุ่มสาว

‘สกลเฮ็ด’ มีสมาชิกที่แต่ละคนมีแบรนด์สินค้าท้องถิ่นเป็นของตนเอง ทำสินค้าทำมือขายทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่พวกเขากลับกังขาว่า ทำไมคนในพื้นที่สกลนครเองกลับไม่รู้จัก จะทำอย่างไรให้คนพื้นถิ่นหันมา สนใจในวิถีชีวิตและงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่ทำสืบต่อกันมาแต่บรรพบุรุษ นี่คือเป้าหมายหลัก

 

 

‘สกลเฮ็ด Made Craft’ ท้าชน NAP เชียงใหม่

เทศกาล ‘สกลเฮ็ด’ เน้นสินค้าคราฟต์ทำมือเป็นหลักและต้องเป็นคนสกลฯ  หรือคนนอกพื้นที่แต่มาพำนักอาศัยในสกลฯ มาออกร้านเท่านั้น โดยสินค้า ต้องใช้วัตถุดิบในชุมชนของตน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและใช้ความคิด สร้างสรรค์ ไม่ลอกเลียนแบบใคร เช่น งานผ้าย้อมครามของแม่ฑีตา  หรือของ Mann Craft ผ้าย้อมมูลควาย โคมไฟที่ทำจากหญ้ากก จากร้านก็ฝ้าย สมุดทำมือที่ปกทำจากกาบกล้วยของร้านฮูปแต้ม หรือ ผ้าครามบ้านๆ แต่ปักเป็นลวดลายน่ารักอย่างลายดอกไม้ ทุ่งนา ของร้านภูคราม แต่ก็ไม่ใช่เพียงงานหัตถกรรมทำมือเท่านั้น หากรวมถึง งานเกษตรด้วย เพราะฉะนั้นงานนี้จึงมีผลผลิตที่เก็บเกี่ยวจากท้องถิ่น อย่าง ข้าวฮาง หมากเม่า ที่นำมาทำเป็นอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม  เช่น ร้านนาคำหอม ที่ทำชาจากยอดข้าว หรืออาหาร และเบเกอรี่ของ ร้านภิรมย์บุรี อย่าง เค้กแกงหน่อไม้ และเค้กต้มยำกุ้ง กาแฟดริปยิปซี ที่ใช้เมล็ดกาแฟและนมจากภูพาน และ Beer Craft เป็นต้น

ถึงงานนี้จะดูเหมาะกับคนวัยหนุ่มสาว แต่ก็ไม่ได้ลืมวัยอื่นๆ โดยให้ ความสำคัญกับคนรุ่นเก่าที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ส่งผ่านภูมิความรู้ และทักษะจากรุ่นสู่รุ่น มาสาธิต เล่าเรื่องราวการทำฝ้าย การย้อมคราม  เพื่อให้ตระหนักถึงคุณค่าของตนเองและผลงาน แถมยังมีเวิร์กช็อป ย้อมคราม ทำสมุด รวมถึงสนามเด็กเล่นไว้สำหรับเด็กๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย

แม้งาน ‘สกลเฮ็ด’ ในปีที่ผ่านมานั้นจะจัดขึ้นพร้อมๆ กับงาน NAP  (Nimmanhaemin Art & Design Promenade) งานคราฟต์สุดฮิป ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยกลุ่มสกลเฮ็ดคิดว่า งานคราฟต์นั้น ไม่ได้มีแค่ในเชียงใหม่เท่านั้น ซึ่งก็เป็นความคิดที่ถูกต้อง เพราะเทศกาล ‘สกลเฮ็ด’ ครั้งแรกในสกลนครนั้น ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก  แม้จะมีโปสเตอร์เพียงใบเดียวปิดอยู่ที่หน้างาน แต่แรงจากโซเชียลมีเดีย การ Like การ Share และคำบอกเล่าก็ส่งให้คนสนใจงานนี้เป็นจำนวน ไม่น้อย แม้ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ของ ททท. ที่สวนลุมพินี เมื่อต้นปีนั้น กลุ่มสกลเฮ็ดก็สามารถขายสินค้าทำมือจนเกลี้ยงแผงได้ไม่ยาก

 

‘สกลเฮ็ด’ 2018  ที่เก่า เวลาเดิม แต่เพิ่มเสี่ยว

ปลายปีนี้ เทศกาล ‘สกลเฮ็ด’ จะจัดขึ้นในวันที่ 21-24 ธันวาคม  บนพื้นที่เดิมช่วงเดียวกับงานสกลรันเด้อและงานแห่ดาว โดยได้รับ ความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยรัฐฯ หน่วยงานราชการและเอกชน แต่ยัง คงตัวตนของความเป็นสกลเฮ็ดไว้คือ หัตถกรรม เกษตร อาหาร และ สิ่งแวดล้อม ในครั้งนี้จะเน้นในส่วนของ Creative Zone พื้นที่สร้าง แรงบันดาลใจสำหรับกลุ่มชาวสกลฯ รุ่นใหม่และนักศึกษาใกล้จบ ที่ต้องการนำเสนอผลงานที่ตนเองสร้างสรรค์และผลิต เป็นการเปิด โอกาสให้เห็นช่องทางการสร้างอาชีพและรายได้ซึ่งสามารถหาได้แม้อยู่ ในบ้านเกิด พื้นที่ ‘เสี่ยว’ ที่จะมีมากขึ้น รองรับเหล่าบรรดาชาวคราฟต์ ที่แต่ละคนมีผลิตภัณฑ์เป็นของตนเอง จากแรกเริ่มคือการแลกเปลี่ยน วัตถุดิบ คราวนี้ก็สามารถนำสินค้ามาขายได้ด้วย เป็นการเชื่อมโยง แหล่งหัตถกรรมชุมชน ปีนี้จึงจะมีร้านคราฟต์มากขึ้น โซนนิทรรศการที่จำลองแปลงครามแปลงฝ้าย มาให้คนได้ลงมือทำและเรียนรู้ในทุกกระบวนการเวิร์กช็อปต่างๆเช่น วาดภาพ มัดย้อม การสาธิตการทำคราม  มีการบรรเลงเพลงจากเครื่องดนตรีท้องถิ่น โดยผู้เข้าชมงานจะได้รับทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส

สกลนคร เป็นจังหวัดที่มีราก มีอารยธรรม มีวัฒนธรรม มีวัตถุดิบ ธรรมชาติ มีคนที่มีภูมิปัญญาและทักษะ มีศักยภาพส่งให้สกลนครเป็น Creative City จากสิ่งที่เห็นว่าเป็นงานหัตถกรรมธรรมดา แต่เมื่อใช้ ความคิดสร้างสรรค์ก็สามารถสร้างคุณค่าให้กับงาน ต่อยอดเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นการจุดประกายให้คนสกลฯ หันมาทำมาหากิน และกลับมาดำเนินวิถีชีวิตอันเรียบง่ายยังบ้านเกิด โดยมีเทศกาล ‘สกลเฮ็ด’ เป็นแรงผลักดัน

 

เรื่องโดย : พัชรวรรณ วรพล บรรณารักษ์ 3 งานห้องสมุด ททท.