“งานวิ่งจะบูมอย่างนี้ไปอีกนานไหม…?”

“ที่เห็นและเป็นอยู่ คือ แฟชั่น…?”

“…อะไรที่ขึ้นเป็นกราฟสูงสุด อีกไม่นานย่อมลงตามวัฏจักร”

“งานวิ่งในปีหน้า (2561) จะมีแนวโน้มไปทางไหน”

จำนวนงานวิ่งมากเป็นประวัติการณ์

Running Boom

2-3 ประโยคข้างบนนี้มักเป็นคำถามที่ผู้เขียนได้รับฟังมาตลอดปี 2560 ในสถานการณ์ที่
กิจกรรมการจัดวิ่งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์กำลังเป็นที่นิยมถึงขีดสุดมีประจักษ์พยานอยู่บนโซเชียลเน็ตเวิร์กที่คุณต้องมี ‘Friends’ ไม่น้อยกว่าคนสองคนโพสต์เรื่องเกี่ยวกับการวิ่ง
การออกต่างจังหวัดไปงานวิ่ง พร่ำบอกถึงความสุข ความสนุกอย่างนั้นอย่างนี้

 

ว่ากันว่า 1 ปีมี 52 สัปดาห์วันนี้มีงานวิ่งเกิดขึ้นกว่า 700 งานต่อปีพูดง่ายๆว่ามีมากกว่า
สัปดาห์ละ 10 งาน จากเดิมช่วง 4 ปีก่อน มีประมาณ 350-400 งานต่อปีก็มากแล้ว ข้อมูลเรื่องจำนวนนี้เกิดขึ้นจากการสนทนากับอาจารย์ณรงค์ เทียมเมฆ ผู้ทรงคุณวุฒิของ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ให้ข้อมูลว่า

 

ประเทศไทยเราวันนี้ในทุกภูมิภาครวมกัน มีงานวิ่งอย่างที่จัดขึ้นเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จาก 400 เป็น 700 งาน เป็นยุค Running Boom ต่อเนื่องจาก
ความโด่งดังของภาพยนตร์เรื่อง รัก 7 ปี ดี 7 หน ตอน 42.195 (กำกับโดย จิระ มะลิกุล) มาจนถึงปรากฏการณ์ของคุณตูน บอดี้สแลม (อาทิวราห์ คงมาลัย)

ในโครงการก้าวคนละก้าว กรุงเทพฯบางสะพานและเบตงแม่สายที่ทำให้คนรุ่นใหม่ตื่นตัว
เรื่องการวิ่ง แต่งานวิ่งที่มีอยู่จำนวนมากนั้นเราต้องหาทางสร้างมาตรฐานที่ดี
เข้มข้นเกิดความยั่งยืนต่อไปจำนวนปริมาณเป็นเรื่องที่ดีแต่คุณภาพต้องมาด้วยควบคู่กัน

 

กิจกรรมการวิ่งแอบอิงกับแบรนด์สินค้า


ผู้อ่านย่อมเห็นถึงอัตราการเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวของงานวิ่งไม่แปลกเลยที่วันนี้บรรดาแบรนด์ชั้นนำต่างๆได้หยิบกิจกรรมการวิ่งมาเป็นส่วนหนึ่งของแผนส่งเสริมการตลาดสินค้าและ
บริการเพราะกิจกรรมการวิ่งมีความพิเศษตรงที่เข้าถึงมวลชนได้จำนวนมากในเวลาเดียวกัน เกิดการรับรู้ถึงตราสินค้าทั้งในแง่ของ Offline-Online มีป้ายโฆษณาให้ประจักษ์สายตา
ในงานอีเวนต์มีบูทแจกตัวอย่างสินค้าให้ทดลองใช้หรือบางงานมีชื่อแบรนด์เป็นชื่อนำเป็น Title Sponsor ให้รู้กันชัดๆ ว่างานนี้จัดโดยใครอย่างไร

 

ประการต่อมาแบรนด์ผู้สนับสนุนดังกล่าวจะถูกเห็นถูกแชร์เกิดกระแสการรับรู้ผ่านสื่อสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ก เป็นธรรมดาของนักวิ่งที่เข้าร่วมอีเวนต์ พวกเขาจะ(ขยัน)โพสต์
ภาพกิจกรรมมีทั้งภาพนิ่งภาพวิดีโอเลยไปถึงถ่ายทอดสดเฟซบุ๊กไลฟ์เรียกว่ามั่นใจได้ว่าย่อมมีภาพกิจกรรมภาพตราสินค้าออกไปสู่โลก Online ฝังสถิตแนบแน่นอยู่บนโซเชียล
เน็ตเวิร์ก เสิร์ชเอ็นจิ้นสามารถค้นเจอจากการทำ แฮชแท็ก (#) ยิ่งเพิ่มการรับรู้ต่อไป

ดังจะเห็นได้ว่าทั้งปริมาณการจัดงานและแรงสนับสนุนจากสปอนเซอร์  เป็นเรื่องที่ส่งเสริมกัน อีกส่วนที่น่าทำความเข้าใจ คือ ‘นักวิ่งวันนี้’ 

 

‘นักวิ่ง คือ นักเดินทางที่มีคุณภาพ’ แรงขับของนักวิ่งวันนี้

ส่วนนี้จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ผู้เขียนเชื่อว่านักวิ่ง คือ นักเดินทางที่มีคุณภาพ’ ปัจจุบันนักเดินทางที่มีคุณภาพกำลังเป็นที่ต้องการของ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไม่เฉพาะประเทศไทยแต่ยังหมายถึงอุตสาหกรรม
การท่องเที่ยวทั่วโลก  

 

นิยามที่ง่ายที่สุดของนักเดินทางที่มีคุณภาพที่อยู่ในตัวของนักกีฬานักวิ่งคือเดินทางมาเพื่อวัตถุประสงค์ของการแข่งขันกีฬาโดยเฉพาะ แข่งขันเสร็จก็ท่องเที่ยวควบคู่กันไป แข่ง 1 คนมาเชียร์ 2 คนพวกเขาจ่ายได้ในสิ่งที่ต้องจ่ายเคารพในเรื่องของทรัพยากรและ
สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ กิจกรรมที่เป็นไปของนักกีฬาอยู่ในกรอบของเรื่องสุขภาพ การวิ่ง ปั่น จักรยาน ไตรกีฬา ทุกๆ วันที่พวกเขาอยู่ในพื้นที่ เกิดการใช้จ่ายอุดหนุน
เศรษฐกิจในท้องถิ่นนั้นพร้อมกับการช่วยประชาสัมพันธ์ท้องถิ่นนั้นๆด้วยการโพสต์ภาพ
ลงสื่อโซเชียลฯ

ในงานมาราธอนนานาชาติที่เพิ่งจัดขึ้นหมาดๆต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาอย่าง ‘Phukethon’ (ภูเก็ตธอนงานวิ่งมาราธอนในจังหวัดภูเก็ตมีศูนย์กลางการจัดงานอยู่สวนสาธารณะสะพานหินในพิธีเปิดงานผู้เขียนได้ฟังการบรรยายของปลัดกระทรวงการ
ท่องเที่ยวและกีฬา นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ให้ข้อมูลว่า

 “จากสถิติพบว่าไลฟ์สไตล์การเดินทางท่องเที่ยวเพื่อมาแข่งขันกีฬาหรือเข้าร่วมกับกิจกรรม
อีเวนต์สุดสัปดาห์ที่ว่าด้วยเรื่องสุขภาพการเล่นกีฬาในลักษณะ SportVacation นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ทั้งไทยและเทศใช้จ่ายมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปที่มาในลักษณะ Visitor ถึง 50% 
ยิ่งไปกว่านั้นกิจกรรมกีฬายังส่งเสริมความครึกครื้นของเศรษฐกิจชุมชนเป็นแรงดึงดูดให้กับ
นักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ”

 

จากที่ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเข้าร่วมแข่งขันในกิจกรรมงานวิ่งอยู่บ่อยครั้งก็พบว่างานวิ่งยังทำให้เศรษฐกิจเกิดความคึกคักใน ‘นอกฤดูกาลกิจกรรมหลายงานไม่พยายามไปอยู่ใน
ปฏิทินการท่องเที่ยวช่วง High Season เพราะเนื่องจากต้องใช้พื้นที่ ต้องกั้นถนน การขอความร่วมมือกับชุมชนชาวบ้านจะทำได้ไม่สะดวกนักหากตรงกับฤดูกาลท่องเที่ยวหลักของจังหวัดนั้นๆ ที่ผู้คนคับคั่ง

 

การจัดการแข่งขันจึงมักอยู่ใน ‘ช่วงต้นหรือว่าช่วงพ้นฤดูกาล’ ท่องเที่ยวไปแล้ว เช่น งาน Ultra Trail Nan การวิ่ง 100 กิโลเมตรในลักษณะผจญภัย ที่จัดขึ้นในอำเภอปัว .น่านจัดในช่วงกลางเดือนตุลาคมก่อนที่การท่องเที่ยวของน่านจะคับคั่งไปด้วยนัก
ท่องเที่ยวในช่วงปลายปีพฤศจิกายนธันวาคม เป็นต้น

ดังนั้นก็น่าจะทำให้เห็นภาพกว้างๆ ว่า เหตุใดงานวิ่งในรอบหลายปีที่ผ่านมาถึงเติบโตขึ้น มีปัจจัยอะไรอุ้มชูส่งเสริม ก่อนจะจบหัวข้อนี้ อยากจะบอกเล่าถึง Insight ของนักวิ่ง

Insight the runners
การออกกำลังการคืนความสำเร็จนอกโต๊ะทำงาน

ผู้เขียนได้พูดคุยสอบถามเพื่อนนักวิ่งรอบๆตัวว่าเหตุใดพวกเขาถึงสนใจออกไปค้นหาพื้นที่ใหม่ๆเดินทางไกลไปลงแข่งงานวิ่งไม่เว้นแต่ละสัปดาห์หรือว่าเดือนขึ้นเหนือล่องใต้ไม่ใช่
เรื่องใหญ่นัก ใช้เงินต่องานคนละไม่น้อย (หลักหมื่นบาท/ต่อคน/ต่อครั้งมีทั้งค่าเครื่องบิน
ค่าที่พัก ค่าสมัคร ค่าอุปกรณ์ ค่าใช้จ่ายปลีกย่อยต่างๆ “นั่นสิ ทำไม?เพราะอะไร?”


ทำให้พบคำตอบที่ชวนคิดว่า นอกจากแรงจูงใจเรื่องความท้าทายของการแข่งขัน ความสวยงามของเส้นทางแล้วมีคำตอบหนึ่งที่น่าสนใจทำนองว่ารายจ่ายที่เกิดขึ้น 
(ส่วนใหญ่ผ่านบัตรเครดิตพวกเขาคิดว่านี่คือเหตุผลที่ถูกต้องแล้วที่ใช้เงินไปกับสิ่งเหล่านี้การเดินทางไปแข่งขันกีฬา ‘ในขณะเดียวกันพวกเขาไม่ได้หวังผลในแง่ความเป็นเลิศ’ 
มีอันดับในการแข่งขัน

 

เหตุผลส่วนใหญ่ คือแค่รู้สึกดี รู้สึกสนุกในการได้มามีส่วนร่วม มายืนที่จุดสตาร์ท ก็ถือว่าทำสำเร็จไปครึ่งหนึ่ง เพราะหากเมื่อย้อนหลังไป 4-5เดือนก่อน ตั้งแต่วันสมัครก็คือ  การเริ่มต้นฝึกซ้อมเข้าสู่กระบวนการเตรียมตัว บางคนเตรียมตัวได้อย่างมีวินัย บางคนทำได้ 50-60% ของแผน แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับ คือการมีสุขภาพที่ดี มีวงสังคมกลุ่ม
เพื่อนคอเดียวกัน การเอาชนะตัวเอง ผ่านพ้นอุปสรรคมาถึงจุด Finish เข้าเส้นชัย เรื่องพวกนี้สำหรับนักกีฬามือสมัครเล่นถือว่าเป็นสถานะทางสังคมบนโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกทางหนึ่ง หนุ่มสาวในยุคปัจจุบันให้ค่ากับการมีงานอดิเรก

 

การออกกำลังกายคือความสำเร็จนอกโต๊ะทำงานทั้งนี้เพื่อการมีรูปร่างที่ดีและประสบการณ์ที่เอาไว้สะท้อนตัวตนอัตลักษณ์ของตัวเองผ่านสังคมเสมือนจุดนี้เป็นหลักใหญ่ใจความที่
ขับเคลื่อน Sport Tourism ในหมู่คนรุ่นใหม่ 

มีปริมาณแล้ว l จะมีคุณภาพได้อย่างไร
ด้วยจำนวนงานวิ่งที่มีมากถึง 700 งานต่อปีกำลังสนับสนุนจากสปอนเซอร์ที่หันเหมาร่วม
ขบวนนี้ ความสนใจที่เป็นหัวเชื้อที่ติดไฟง่ายจากนักวิ่งสายโซเชียลฯเมื่อทั้งหมด
มาจัดเรียงอยู่ในสำรับเดียวกัน เป็นไปได้ว่าย่อมนำไปสู่การมีปริมาณแต่จะมีคุณภาพ
หรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 

เรื่องนี้เป็นปัญหาอยู่พอสมควรสำหรับการจัดงานวิ่ง ในแต่ละรอบสัปดาห์ที่ผ่านไป นักวิ่งที่ได้รับผลกระทบจากการจัดงานที่ตกหล่น
มาตรฐาน ตลอดจนชุมชน การจราจร ที่ได้รับผลเสีย ต่างออกมาใช้พื้นที่ของโซเชียลมีเดียบอกเล่าร้องเรียน มีประเด็นดราม่าให้อ่านอยู่เสมอ
เช่นกัน         

 

แน่นอนว่า การมีแต่ปริมาณแต่ขาดคุณภาพ ย่อมนำไปสู่ความล้มเหลวในระยะยาว หากพูดในเชิงของ Sport Tourism ที่ใช้การกีฬานำการท่องเที่ยวแล้วหากกิจกรรม
ที่เกิดขึ้นไม่ได้มาตรฐาน สร้างการบาดเจ็บ หรือสูญเสียเป็นส่วนเกินของ
สิ่งแวดล้อมและชุมชน อีเวนต์นี้ก็จะมีอายุสั้น จัดไม่กี่ครั้งก็หายวับไปตามกระแส ทว่าสิ่งที่นักกีฬาและผู้จัดหวังอยากให้เป็น คือการดำเนินงานอย่างยั่งยืนเป็นประเพณี เป็นปฏิทินการท่องเที่ยวที่ปีต่อไปเรากลับมาพบกันใหม่

เหตุผลส่วนใหญ่ คือแค่รู้สึกดี รู้สึกสนุกในการได้มามีส่วนร่วม มายืนที่จุดสตาร์ท ก็ถือว่าทำสำเร็จไปครึ่งหนึ่ง เพราะหากเมื่อย้อนหลังไป 4-5เดือนก่อน ตั้งแต่วันสมัครก็คือ การเริ่มต้นฝึกซ้อมเข้าสู่กระบวนการเตรียมตัว บางคนเตรียมตัวได้อย่างมีวินัย บางคนทำได้ 50-60% ของแผน แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับ คือการมีสุขภาพที่ดี มีวงสังคมกลุ่ม
เพื่อนคอเดียวกัน การเอาชนะตัวเอง ผ่านพ้นอุปสรรคมาถึงจุด Finish เข้าเส้นชัย เรื่องพวกนี้สำหรับนักกีฬามือสมัครเล่นถือว่าเป็นสถานะทางสังคมบนโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกทางหนึ่ง หนุ่มสาวในยุคปัจจุบันให้ค่ากับการมีงานอดิเรก

การออกกำลังกายคือความสำเร็จนอกโต๊ะทำงานทั้งนี้เพื่อการมีรูปร่างที่ดีและประสบการณ์ที่เอาไว้สะท้อนตัวตนอัตลักษณ์ของตัวเองผ่านสังคมเสมือนจุดนี้เป็นหลักใหญ่ใจความที่ขับเคลื่อน Sport Tourism ในหมู่คนรุ่นใหม่ 

 

Running Research on Track

 

ต่อเรื่องนี้เองมีงานวิจัยชื่อ แนวทางการพัฒนาการจัดการวิ่งเพื่อสุขภาพเพื่อส่งเสริม
การท่องเที่ยวเชิงกีฬาในเขตภูมิภาคตะวันตกของประเทศไทย (Guidelines for The Development Health Running to Promote Sport Tourism in The Western Region, Thailand.) ที่จัดทำโดยดร.เสรี เพิ่มชาติ สาขาวิชาเทคโนโลยีไฟฟ้า คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง

 

งานวิจัยชิ้นนี้มีความน่าสนใจที่ให้ความสำคัญกับการบริหารงานของฝั่งผู้จัดและ
อุตสาหกรรมแวดล้อม โดยเฉพาะผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หน่วยงาน ชุมชน ชาวบ้านในพื้นที่ทุกภาคส่วนพูดง่ายๆหากจะสร้างงานกีฬาและการท่องเที่ยวที่ดีทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ควรจะคำนึงถึงหลักการ 10 P

 


ทิศทาง | การวิ่ง | 2561

 

มาถึงบทสรุปที่ว่าด้วยการคาดการณ์ว่างานวิ่งในปี .. 2561 จะเดินหน้า ไปเป็นอย่างไร ผู้เขียนใช้เวลากับส่วนนี้อยู่หลายวัน ครั้นจะให้ฟันธงไปเลยว่างานไหนน่าไป งานที่ไหนเดือนไหนไม่ควรพลาด หรือว่าน่าจะให้โอกาสตัวเองไปวิ่งในพื้นที่ใหม่ๆ ที่ไหนอย่างไรบ้างคำตอบแบบกำปั้นทุบดินคือข้อนี้ก็ล้วนแล้วนักวิ่งเป็นผู้ตัดสินเองมาก
กว่า ระยะที่นักวิ่งแต่ละคนวิ่งสนุกนั้นไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละสนามมีความยากง่าย
มีการเตรียมตัวการฝึกฝนที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังเป็นความพร้อมเรื่อง ทรัพยากรเวลา จำนวนวันหยุดและทุนทรัพย์หรือแล้วแต่ทิศทางที่อยู่ในใจของนักวิ่งเองเรื่องนี้พอจะกะ
เกณฑ์กันได้ว่า นักวิ่งจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปอย่างไรบ้าง มาลองพิจารณากันดังนี้ครับ
1 แนวทางใหม่ ไปวิ่งกันเอง City Run

 

การวิ่งสไตล์ City Run ที่วิ่งชมเมือง วิ่งไปตามเส้นทางที่ตัวเองและกลุ่มสนใจ ดูจากแผนที่ออนไลน์กูเกิลแมพแล้ววางเส้นทางเองอาจจะ 5-20 กิโลเมตร วิ่งกัน 3-4 
ชั่วโมงชมเมือง Selfie ข้อนี้เกิดขึ้นแล้วในขณะนี้และจะทวีความนิยมต่อไปเนื่องจากความสามารถของGadgetDevice ที่แม่นยำเรื่องพิกัดความสนุกในแง่ของการเป็นผู้ Explore 
และมีโซเชียลเน็ตเวิร์กพร้อมจะขานรับการค้นพบและชื่นชมติดตามกับการวิ่งในลักษณะนี้

บทบาทผู้ประกอบการ | อาจจะเตรียมเรื่องแผนที่ละแวกโรงแรมที่พักประเภท Walking Running Route for Fit For Run เตรียมไว้ การบริการอาหารเช้าก่อนเวลาเป็น
แซนด์วิชที่พกพาได้เป็นต้น

 

2 สนามใหญ่ต้องไปสักครั้ง Once in my Life

 

สนามใหญ่ที่เป็นระดับภูมิภาคระดับประเทศแน่นอนย่อมเป็นจุดหมายปลายทางของนักวิ่ง
อยู่แล้วเข้าใจว่าตอนนี้ตามหัวเมืองใหญ่ทุกภาคมีสนามวิ่งมาราธอนและสนามเทรลรันนิ่งที่โดดเด่นกันอยู่แล้ว นักวิ่งย่อมอยากพาตัวเองไปวิ่งไปสัมผัสบรรยากาศ หรือว่าไปซ้ำๆ ใน
สถานที่ที่ตัวเองเคยประทับใจบทบาทผู้ประกอบการ | ทำความร่วมมือกับผู้จัด มีโปรโมชั่นห้องพัก ร้านอาหาร มีบริการรถรับส่ง เข้าไปมีส่วนร่วมกับสนามไม่ทางใด
ก็ทางหนึ่ง ข้อนี้จะเห็นผลดีต่อธุรกิจอย่างแน่นอน เช่น ทำป้ายรีสอร์ตต้อนรับนักกีฬา เป็นต้น

 

3 สนามเล็กจะโดดเด่นขึ้นมา Small is Beautiful

 

หลายคนอาจอิ่มตัวกับการไปสนามใหญ่ นั่นทำให้สนามเล็กๆ ที่มีความอบอุ่น จริงใจ มีแนวคิดที่ดีและมีพิธีกรรมเฉพาะจะได้รับกระแสตอบรับที่ดีการจัดงานวิ่งในสเกลระดับ
หลักร้อยคนของชุมชนเล็กๆ ที่ถูกค้นพบโดยนักวิ่งเอง อาจทำให้สนามนั้นๆ เป็นจุดหมายใหม่ของการเดินทางบทบาทผู้ประกอบการ | พัฒนาที่พักในลักษณะของโฮมสเตย์เพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตการอยู่การกินการนอนนักวิ่งที่รักการวิ่งวิ่งเพื่อวิ่งไม่ได้ต้อง
การมากมาย ที่หลับที่นอน อาหาร การต้อนรับที่รู้ว่าพวกเขามาเพื่ออะไร นอนหัวค่ำ ตื่นเช้าตรู่ออกไปวิ่งรับแสงตะวัน

4 นักกีฬาต่างชาติทยอยเข้ามาแข่ง

 

เพราะการวิ่งเองเป็นกีฬาที่สากลนักวิ่งทั่วโลกเป็นคล้ายๆกันหมดคือมีความเป็นนักเดินทาง ขวนขวายค้นหา หากพวกเขารับรู้ และเกิดความแน่ใจไว้วางใจในมาตรฐานการจัด เชื่อว่าไทยเราสามารถขึ้นเป็นศูนย์กลางการแข่งขันกีฬาในด้านนี้ได้ไม่ยาก ฝั่งของผู้จัดงานควรมีเจ้าหน้าที่ต่างประเทศ ชำนาญเรื่องภาษา และสร้างแฟนเพจเฟซบุ๊ก
ที่สื่อสารได้ไทยอังกฤษจีนเป็นต้นบทบาทผู้ประกอบการ | สถานที่พักและการขนส่งเป็นหัวใจสำคัญของการรับรองนักกีฬา นักท่องเที่ยวต่างประเทศ ข้อนี้ผู้ประกอบการน่าจะ
ลองทำความเข้าใจกับวัฒนธรรมเฉพาะด้านของนักกีฬาเป็นต้นว่าคืนก่อนการแข่งขันพวกเขาต้องการการพักผ่อนที่เงียบสงบ อาหารที่เน้นเรื่องของพลังงานคาร์โบไฮเดรต ผักผลไม้ แต่หลังจากแข่งขันอาหารที่ต้องการ คือ โปรตีนเพื่อการซ่อมแซมร่างกาย เป็นต้น

 

5 สปิริตนักกีฬาในตัวทุกคนย่อมเพิ่มพูนสูงขึ้น

 

เมื่อผ่านการเล่นกีฬา การลงแข่งขันมาหลายครั้ง หลายสนาม ข้อที่ถูกบรรจุให้มีกันมากขึ้น ก็คือประสบการณ์และสปิริตของนักกีฬาหลายคนย่อมค้นพบแล้วว่าจะวิ่งมาราธอนระยะ
ทาง 42.195กิโลเมตร คุณต้องซ้อมคุณต้องยอมรับในกติกาสนามและกติกาของร่างกาย
ตัวเอง การที่นักกีฬามีสปิริตต่อเกม นั่นก็เท่ากับว่า สนามแข่งขันเองก็เป็นสถานที่
ขัดเกลาบ่มเพาะเรียนรู้เรื่องคุณค่า สร้างคุณธรรมให้กับนักกีฬา สังคม และโลกด้วย ดั่งที่มีคำพูดคลาสสิกว่า “How sport can truly be a force for change in the world.”

บทบาทผู้ประกอบการ | ร่วมกับชุมชนเป็นเจ้าภาพเป็นเจ้าบ้านที่ดีเพื่อต้อนรับนักกีฬาผู้ที่
ออกเดินทางมาเพื่อแสวงหาความสุขสุขภาพดีและความทรงจำที่สวยงามอย่าง
ยั่งยืนสืบต่อไป

 

ขอขอบคุณ : ดร.เสรี เพิ่มชาติ อาจารย์สาขาเทคโนโลยีไฟฟ้า คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง

เรื่อง : มนตรี บุญสัตย์