จำกันได้ไหมเมื่อปีก่อน ข่าวไฟไหม้ป่าฝนแอมะซอนรุนแรงจนสามารถมองเห็นกลุ่มควันได้จากภาพถ่ายดาวเทียมนอกโลก เหตุการณ์ในครั้งนั้นกำลังจะบอกนัยสำคัญอะไรกับเรา? เกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้?

 

#TATReviewMagazine #AmazonRainforest #ไฟไหม้ป่า

 


 

1. ทำความรู้จักกับ ป่าแอมะซอน ป่าที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “ปอดของโลก”

‘แอมะซอน’ ป่าฝนที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่ประมาณ 6.7 ล้านตารางกิโลเมตร ใหญ่พอ ๆ กับประเทศอินเดีย 2 ประเทศมารวมกัน (WWF 2019)

ผืนป่าแห่งนี้มีพื้นที่แผ่กระจายอยู่ใน 9 ประเทศ คิดเป็นอัตราส่วนราว ๆ 4.5% ของพื้นผิวโลกทั้งหมด

ป่าแห่งนี้ เต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในโลก 1 ใน 4 สายพันธุ์ สามารถพบเห็นได้ ณ ผืนป่าแห่งนี้ (พืช 40,000 ชนิด สายพันธุ์ปลาน้ำจืด 3,000 ชนิด สายพันธุ์สัตว์เลื้อยคลาน 370 ชนิด)

ป่าอะแมซอน ได้รับการขนานนามว่าเป็นปอดของโลก เพราะมันสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราว ๆ 2 พันล้านตันต่อปี และยังช่วยผลิตออกซิเจนกลับสู่โลกกว่า 20%

 


 

2.Tourism in Amazon

กระแสภาพยนตร์เรื่อง ‘อนาคอนดา’ ทำให้การท่องเที่ยวป่าแอมะซอนได้รับความสนใจ จากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

โดยส่วนมากนักท่องเที่ยวจะเลือกเดินทางไปเที่ยวป่าแอมะซอนในอาณาบริเวณ/อาณาเขต/โซนของประเทศบราซิล คิดเป็นจำนวนประมาณ 1.1 ล้านคนต่อปี (Amazonastur, Paratur 2010) 

ทางโซนเปรู ประมาณ 225,000 คนต่อปี (Amazon Experience 2017) 

และผ่านทางเอกวาดอร์ ประมาณ 10,000 คนต่อปี (GringosAbroad 2019)

 

แม้ว่าการท่องเที่ยวของป่าแอมะซอนจะมีการเจริญเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่รายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมดเพียง 11% เท่านั้นที่กระจายลงสู่ชุมชนอย่างแท้จริง สัดส่วนที่เหลืออีก 89% ตกไปเป็นของสายการบินและร้านอาหาร/ที่พักที่อยู่ในตัวเมือง

 


 

3. #PrayforAmazonia

ช่วงปี ค.ศ. 2013 บราซิลเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ส่งผลให้รัฐบาลต้องหาทางช่วยเหลือประชาชนทำมาหากิน ด้วยการการสนับสนุนและอนุญาตให้ชาวบ้านสามารถทำมาหากินได้ในพื้นที่ป่าแอมะซอน

ท่ามกลางการฟื้นฟูและเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศบราซิล ผืนป่าแอมะซอนจึงถูกทำลายและใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่องมากขึ้นทุก ๆ วัน

เข้าสู่ปี ค.ศ. 2019 การสูญเสียพื้นที่ป่าแอมะซอนมีการพัฒนาที่ก้าวกระโดดอย่างน่าใจหาย มีจำนวนครั้งของการเกิดไฟไหม้ที่สูงกว่าปี ค.ศ. 2018 ถึง 83%

ในปัจจุบัน ทุก ๆ 1 นาที ป่าแอมะซอนถูกทำลายเป็นบริเวณกว้างเท่ากับสนามฟุตบอล 3 สนาม


 

 

4. Amazon / โลกร้อน / Australia

ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เราสูญเสียพื้นที่ป่าแอมะซอนไปเป็นที่เรียบร้อย ขนาดเทียบเท่ากับ 8.4 ล้านสนามฟุตบอล (Smithsonian Magazine 2020) หรือประมาณ 40 เท่าของจังหวัดกรุงเทพฯ

ไฟไหม้ป่าแอมะซอน ไฟป่าครั้งใหญ่ที่ออสเตรเลีย และภาวะโลกร้อน 3 สิ่งนี้แท้ที่จริงแล้วมีความเกี่ยวข้องและมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมเชื่อมโยงกันทั้งหมด 

อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ ส่งผลให้สภาพอากาศแปรปรวนผิดเพี้ยน ฤดูแล้ง/ฤดูร้อนมีอุณหภูมิความร้อนสูงขึ้น ความแห้งในอากาศเพิ่มสูงขึ้น และมีระยะเวลาของฤดูกาลที่ยาวนานมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดไฟไหม้ป่าและการเผาไหม้ที่ลุกลามในออสเตรเลียและแอมะซอนที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ปี


 

หากมนุษย์ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ยังคงสร้างก๊าซเรือนกระจก ตัดต้นไม้ เผาป่า อีกไม่กี่ปีข้างหน้า ป่าแอมะซอนคงจะถึงจุดแตกหัก (Tipping point) เมื่อถึงวันนั้นระบบวัฏจักรของน้ำและของป่าจะถูกทำลาย 

จากเดิมเราเคยมีป่าฝนผืนใหญ่ที่มีต้นไม้คอยดูดซับน้ำจากพื้นดิน รวบรวมปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศโลก และผันเปลี่ยนให้กลายมาเป็นฝน หากแอมะซอนถึงจุดจุดนั้น ฝนและความชื้นของทวีปอเมริกาทั้งทวีปจะวิบัติอย่างแน่นอน

เหตุการณ์ไฟไหม้ลุกลาม ปัญหาหมอกควัน ภาวะโลกร้อน สิ่งทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ มันกำลังส่งสัญญาณเตือนที่สำคัญให้มนุษย์ได้รู้ว่า

“มันถึงเวลาจริง ๆ แล้วที่มนุษย์จะต้องหักดิบ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทันที และไม่สามารถรีรอได้อีกแล้ว เพราะทุกอย่างใกล้จะถึงจุดจบเร็วกว่าที่เราคาดคิดไว้”