ปี 2019 เป็นปีที่มีการเติบโตของเทคโนโลยีประเภทการสร้างประสบการณ์เหนือจินตนาการที่เรียกว่า Extended Reality (XR) จะแพร่หลายมากยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ AR และ VR ที่จะพัฒนามากขึ้น และขยายเป็นวงกว้าง ไม่ใช่เฉพาะอุตสาหกรรมเกมและด้านความบันเทิงอีกต่อไป

ล่าสุด TrendWatching บริษัทที่รวบรวมข้อมูลด้านนวัตกรรมและวิเคราะห์เทรนด์ผู้บริโภคชั้นนำของโลกได้คาดการณ์ว่า Virtual Experience Economy หรือยุคของประสบการณ์เสมือน จะได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นผ่านกถารพัฒนาการเชื่อมโยงระหว่างโลกความเป็นจริงกับโลกเสมือน เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับผู้ใช้งาน

TAT Review จึงได้รวบรวมนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีเสมือนจริงมาใช้กับธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อเป็นการอัปเดตให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ใช้ในการขับเคลื่อนตลาดการท่องเที่ยว และการนำเทคโนโลยีมาใช้สร้างประสบการณ์ให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย ดังต่อไปนี้

 

 

ประเภทของเทคโนโลยีการสร้างภาพเสมือน

ตามคำนิยามขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) Virtual Reality (VR) เป็นการจำลองภาพเสมือนจริงแบบ 360 องศา ซึ่งต้องใช้ควบคู่กับอุปกรณ์แว่น VR ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับการจำลองภาพ ระบบเสียง หรือแม้กระทั่งกลิ่น ให้สัมผัสเหมือนกับว่าอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ โดยผู้ใช้สามารถตอบโต้กับภาพเสมือนนั้นได้ เหมือนกับการตัดขาดออกจากโลกแห่งความเป็นจริง แล้วเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้น VR คือการสร้างโลกเสมือนขึ้นมาทั้งใบ

ในขณะที่ Augmented Reality (AR) เป็นการนำเทคโนโลยีมาผสานระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงและซ้อนโลกเสมือนเข้าด้วยกัน ด้วยการใช้ระบบซอฟต์แวร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ ซ้อนข้อมูลหรือภาพกราฟิกบางอย่างเข้าด้วยกัน ซึ่งต้องอาศัยกล้องหรือสมาร์ทโฟน

ส่วน Mixed Reality (MR) ก็คือการยกระดับ AR ให้เหนือชั้นขึ้นมา ใน MR วัตถุของทั้งโลกจริงและโลกเสมือนจะมาบรรจบในโลกเดียวกัน โดยผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับวัตถุนั้นๆ ได้ด้วย

 

ANA ให้หุ่นยนต์ท่องเที่ยวแทนมนุษย์

สายการบิน All Nippon Airways (ANA) ของญี่ปุ่นเล็งเห็นถึงอุปสรรคในการเดินทางท่องเที่ยวของผู้สูงอายุและผู้พิการ ได้เปิดตัวหุ่นยนต์ newme ทำหน้าที่เป็นตัวแทนให้คนเหล่านี้ได้สัมผัสกับสถานที่ห่างไกลโดยไม่ต้องเดินทางด้วยตนเอง

หุ่นยนต์ ‘newme’ ถูกคิดค้นและพัฒนาโดย OhmniLabs จาก Combined Exhibition of Advanced Technologies (CEATEC) สามารถส่งวิดีโอความละเอียดสูง 2K ทำให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นและมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งที่อยู่รอบตัวของหุ่นยนต์ได้แบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ newme ยังช่วยให้ได้ติดต่อกับพ่อแม่หรือญาติพี่น้องที่อยู่ห่างไกล ไปจนถึงผู้ที่มีตารางงานที่แน่นจนไม่สามารถหาโอกาสไปเที่ยวได้ หรือแม้แต่ การพาไปชอปปิง หรือการพาไปรับชมการแข่งขันกีฬาจากอีกฟากหนึ่งของโลก

 

การใช้เทคโนโลยีภาพเสมือนใน Live Music

ข้อมูลจาก StubHub หนึ่งในเว็บไซต์ขายตั๋วออนไลน์รายใหญ่ของโลกได้เปิดเผยสถิติยอดการจำหน่ายตั๋วคอนเสิร์ตที่ขายดีถล่มทลายในปี 2018 สะท้อนให้เห็นว่ามีคนเดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปดูคอนเสิร์ตมากขึ้น 

ในขณะเดียวกัน การเกิดขึ้นของ ‘โฮโลแกรม (Hologram)’ หรือ ภาพถ่ายสามมิติ ทำให้คอนเสิร์ตและงานดนตรีนั้นก้าวล้ำไปอีกขั้น!

‘โฮโลแกรม (Hologram)’ ค้นพบโดยวิศวกรไฟฟ้า ชื่อ Dennis Gabor เป็นเทคนิคที่ใช้แสงเลเซอร์ กระจายจากวัตถุที่จะบันทึกและทำให้ภาพที่บันทึกปรากฏเป็นสามมิติ

ซึ่งเทคนิคโฮโลแกรมยังถูกนำมาใช้กับคอนเสิร์ตของศิลปินหรือนักดนตรีที่จากไปแล้ว ให้กลับมามีชีวิตและกลับมายืนอยู่บนเวทีอีกครั้งหนึ่ง เช่น คอนเสิร์ตของ Diva หญิงระดับตำนานผู้ล่วงลับอย่าง Whitney Houston ที่มีแพลนจะจัดขึ้นในปี 2020