FAKE
เราเริ่มไตรมาสแรกของปี 2559 ด้วยเรื่อง FAKE

1.
ย้อนไปเมื่อปี 2552
ททท. จัดสัมมนา เปิดมุมมองท่องเที่ยวไทย ปี 2 ในหัวข้อ ‘การท่องเที่ยวแบบ PO MO (Post Modern Tourism) จาก Faketastic ถึง Mood Consumption’ มีวิทยากร 2 คน คือ คุณเอ๋ สุพิชา สอนดำหริ และ คุณแขก คำ ผกา โดยมีคุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา เป็นคนชวนคุย จำได้ว่า เป็นการคุยที่สนุก ได้ความรู้เรื่องการท่องเที่ยว Pre Modren / Modern และ Post Modern รวมทั้งยังได้สำรวจรูปแบบ และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในปี พ.ศ. นั้น ผ่านการพูดคุยของวิทยากร

เหตุการณ์ก่อการร้าย และความไม่สงบ ฝรั่งเศส หัวปี ท้ายปี

บุกยิงสำนักงาน ชาร์ลีแอบโด
7 มกราคม กลุ่มผู้ก่อการร้ายอิสลามบุกยิงสำนักงานนิตยสาร ล้อเลียน ชาร์ลีแอบโด ในกรุงปารีส

มีผู้เสียชีวิต 12 ราย เหตุเกิดจากการวาดการ์ตูน ล้อเลียนผู้นำทางศาสนา


เหตุการณ์กราดยิง และวางระเบิดในฝรั่งเศส
13 พฤศจิกายน เกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายทั่วกรุงปารีส มีการกราดยิง วางระเบิด การจับตัวประกัน การระเบิดฆ่าตัวตาย รายละเอียดเบื้องต้น คือ มีสถานที่เกิดเหตุ ดังนี้

  • ศูนย์ศิลปะบัตตากล็อง
  • ภัตตาคารเลอ เปอตีต์ ร้านพิซซ่า
  • สนามกีฬาสตาดเดอฟร็องส์

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้มีผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือน 129 คน บาดเจ็บ 352 คน ผู้ก่อการคือ รัฐอิสลามอิรักและลิแวนต์ หรือเรียกทั่วไปว่ารัฐอิสลามอิรักและซีเรีย (Islamic State of Iraq) and Syria : ISIS

ในยุคปัจจุบัน การดำเนินธุรกิจโดยใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ได้กลายเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับ ธุรกิจทุกประเภท ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็เช่นเดียวกัน ลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวได้นำเอาเทคโนโลยีที่มีอยู่มาใช้ ประกอบการตัดสินใจ รวมทั้งมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้ในบางครั้ง ข้อมูลที่มากจนเกินความจำเป็นอาจทำให้ นักท่องเที่ยวเกิดความยากลำบากในการตัดสินใจเลือกใช้ สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการในธุรกิจ ท่องเที่ยวจึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาลักษณะของ นักท่องเที่ยวในอนาคตเพื่อเตรียมพร้อมรองรับพฤติกรรม ของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป บริษัท อมาเดอุส และ ฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวน (Amadeus and Frost & Sullivan) จึงได้จัดทำรายงานผลการศึกษา ‘Future Traveller Tribes 2030: Building a More Rewarding Journey’ ขึ้น เพื่อนำเสนอลักษณะของนักท่องเที่ยวที่อาจเป็นไปได้ในปี 2030 รวมทั้งพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว ดังมีรายละเอียดดังนี้

พีระมิดและสฟิงซ์ตั้งอยู่ที่โรงแรมลักซอร์ ท่ามกลางสถานบันเทิง เริงรมย์และกาสิโนในเมืองลาสเวกัส

ลำคลองแห่งเวนิสพร้อมบริการเรือกอนโดลา พานักท่องเที่ยวนั่งชมวิว ผ่ากลางโรงแรมเวเนเชี่ยน ที่มาเก๊า

ศูนย์การค้าโหลวหวู่กลางเมืองเซินเจิ้น เป็นแหล่งขายของปลอมและละเมิดลิขสิทธิ์ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอยากไปช้อปปิ้งแบบขำๆ สักครั้งในชีวิต

พื้นที่ชนบทห่างไกลในจังหวัดราชบุรี ถูกปรับแต่งภูมิทัศน์ให้กลายเป็นทุ่งหญ้าไว้เลี้ยงฝูงแกะ ปลูกสร้างอาคารสถานที่ให้คล้ายกับเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย

ตลาดน้ำและโฮมสเตย์ที่สวยงามราวกับภาพในโปสต์การ์ด ปกปิดวิถีชีวิตตามปกติจริงๆ ของชาวบ้านในละแวกนั้นจนหมด ฯลฯ 

ถ้าจุดประสงค์ของการออกเดินทางท่องเที่ยว คือการออกจากชีวิตประจำวันที่ซ้ำซากจำเจน่าเบื่อหน่ายกับการทำงานและกิจวัตรเดิมๆ เพื่อแสวงหาประสบการณ์จริง ชีวิตจริง โลกแห่งความจริง

แต่แล้วทำไม? ในโลกยุคปัจจุบัน สถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงสินค้า และบริการยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยว กลับไม่ได้อิงอยู่กับความ จริงแท้อีกต่อไปแล้ว 

WTM Global Trends Report โดย Euromonitor เป็นรายงานแนวโน้มทาง การท่องเที่ยวที่โดดเด่นในแต่ละปี นำเสนอในงาน World Travel Market ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ในช่วงวันที่ 2-5 พฤศจิกายน 2558 โดยแนวโน้มการท่องเที่ยวโลก ที่สำคัญในปี 2015 ที่ระบุอยู่ใน WTM Global Trends Report เป็นการนำเสนอกระแส หรือเทรนด์ที่เกิดขึ้นในระดับภาพรวม (Global) และในภูมิภาคหลักๆ ที่สำคัญของโลก อาทิ เอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง รวมถึงการระบุถึงประเทศที่เป็นผู้เล่นหลัก ด้านการท่องเที่ยวโลก เช่น จีน อินเดีย 

photo from Korat : เมืองที่คุณสร้างได้

"...หอเอนเมืองปิซา เท่าของจริง แห่งแรกของเมืองไทย!!!
มาปากช่องที่เดียว เหมือนได้เที่ยวทั่วโลก
เตรียมกล้องไว้เซลฟี่ได้เลย
หอเอนเมืองปิซา ครั้งแรกของเมืองไทย
ที่ Toscana Valley เขาใหญ่..."


เมื่อคำโปรยโฆษณาดังกล่าวเผยแพร่ออกไปไม่นานก็เกิดกระแสต่อต้านจากผู้รักความเป็นไทยมากมายตามสื่อสังคมออนไลน์ รวมไปถึงสถาปนิกหลายคนที่วิจารณ์ว่าการออกแบบเช่นนี้ ไม่คำนึงถึงบริบทของไทย และบางท่านกล่าวว่า ต้องการเห็นเมืองไทยเป็นเมืองไทยไม่ใช่อิตาลี ทำให้ผมนึกถึงพระที่นั่งอนันตสมาคมงานอิตาเลียนเรอเนสซองซ์ชิ้นสำคัญของเมืองไทยขึ้นมาในทันที

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดพิธีเปิด ‘ศูนย์พัฒนาวิชาการด้านตลาดการท่องเที่ยว’ หรือที่เรียกกันในชื่อภาษาอังกฤษว่า ‘TAT Academy’ ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ โดยในช่วงท้ายของพิธีเปิด ททท. ได้เชิญสามหนุ่มนักเขียน + นักท่องเที่ยวผู้มีประสบการณ์จากการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศที่น่าสนใจ มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในหัวข้อ ‘ความรู้แปลงร่าง’ เพื่อนำเสนอมุมมอง ที่เน้นการนำความรู้ไปสู่การทำงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการเดินทาง ตลอดจน Trend หรือแนวโน้มทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ ของโลกที่เกิดขึ้น โดยเชื่อมโยงให้เห็นว่าแนวโน้มดังกล่าว ก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใดบ้าง และการผลักดันงานด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความรู้ ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง สำหรับวิทยากรสามท่านที่ TAT Review ได้เอ่ยถึงไปแล้วข้างต้น ประกอบด้วย

1.
คุณอยากไปอิตาลีหรือพรอว็องส์...ไปเขาใหญ่
คุณอยากไปซานโตรินี...ไปรามอินทรา
คุณอยากไปเวนิส...ไปหัวหิน
คุณอยากไปญี่ปุ่น...ไปศรีราชา
คุณอยากไปสวิส...ไปชะอำ
คุณอยากไปแดนคาวบอย...ไปเขาใหญ่
คุณอยากไปโมร็อกโก...ไปเพชรบุรี

ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับเด็กหนุ่มเด็กสาวที่เพิ่งเรียนจบถึงเรื่อง การเดินทางท่องเที่ยวไปยังต่างประเทศ ส่วนใหญ่พวกเขาจะตอบว่าเพิ่งไปเที่ยวบริเวณประเทศเพื่อนบ้านกันมา อย่าง พม่า ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ เนื่องจากเดินทางง่าย สะดวก และที่สำคัญคือราคาไม่แพง บางคนดีขึ้นมาหน่อยก็เดินทางไปเกาหลีใต้ ตามซีรีส์ที่พวกเขาชื่นชอบ หรือตะลุยโตเกียวตามหนังสือไกด์บุ๊คบอกหรือตามโปรโมชั่นของสายการบิน แต่หลายคนมักไปพักตามโรงอาบน้ำ หรือนอนในสถานที่ที่ไม่ใช่โรงแรม หรือกระทั่งโฮสเทล แน่นอนว่าการได้ไปก็ย่อมดีกว่าไม่ได้ไป เพราะยังมีหลายคนที่ยังคงต้องเฝ้าเพียรเก็บตังค์เพื่อที่จะได้บินออกนอกประเทศสักครั้งหนึ่งที่ไหนก็ได้