ดารารัตน์ ภูธร

 

  • พิธีเปิดและปิดการแข่งขันโอลิมปิก ณ กรุงโตเกียวที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยความหวัง และการส่งมอบธงโอลิมปิกจาก Tokyo 2020 สู่ Paris 2024 อันน่าประทับใจ
  • นอกเหนือจากความตระการตา โอลิมปิกยังสะท้อนและสอดแทรกแนวคิดเพื่อโลกเอาไว้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะ Paris 2024 ที่ฝรั่งเศสตั้งมั่นว่าจะต้องเป็นโอลิมปิกที่เต็มไปด้วย “สีเขียว” และ “การมีส่วนร่วม”

 

Tokyo 2020 หนึ่งในการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ได้ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2021 พร้อมทั้งได้มีการส่งมอบธงให้กับเจ้าภาพครั้งต่อไปในแบบที่ไม่เหมือนใคร ส่วนหนึ่งของการส่งมอบเกิดขึ้นบนสถานีอวกาศนานาชาติโดยมี โฮชิเดะ อากิฮิโกะ (Hoshide Akihiko) นักบินอวกาศชาวญี่ปุ่นและ โธมัส เปสเกต์ (Thomas Pesquet) นักบินอวกาศชาวฝรั่งเศสประจำการอยู่ ตัวแทนของทั้งสองประเทศได้มีการส่งมอบกระดาษที่มีสัญลักษณ์โอลิมปิก และธงขนาดใหญ่ที่มีสัญลักษณ์ PARiS 2024 ซึ่งเปรียบเสมือนการส่งไม้ต่อให้กัน นอกจากนี้ เปสเกต์ยังได้เป่าแซกโซโฟนบรรเลงเพลง Le Marseilles เพลงชาติของฝรั่งเศสในบรรยากาศไร้แรงโน้มถ่วงอีกด้วย ซึ่งพิธีการที่จัดขึ้นแบบเรียบง่ายท่ามกลางอวกาศนี้ ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมบนโลกไม่น้อย

 

 

นอกจากการเฉลิมฉลองการเป็นเจ้าภาพด้วยการเชิญธงที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในโลกขนาดเกือบเท่าสนามฟุตบอลขึ้นสู่หอไอเฟล และการแสดงจาก The Patrouille Acrobatique de France หนึ่งในฝูงบินผาดโผนที่เก่าแก่ที่สุดของโลกที่ปล่อยควันเป็นลายธงชาติฝรั่งเศส ปารีสได้มีการวางแผนจัดทำโครงการต่าง ๆ ในการจัดงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยองค์ประกอบแต่ละส่วนที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแสดงในเห็นถึงศักยภาพของฝรั่งเศสได้เป็นอย่างดี หลังจากนี้เราคงจะได้เห็นการนำเสนอความคิดสร้างสรรค์และวัฒนธรรมอันตระการตาจากเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสีแห่งนี้ แม้ว่าการรอคอย Paris 2024 จะห่างออกไปอีกไม่กี่ปี แต่ก็ไม่เร็วเกินไปที่จะรู้สึกตื่นเต้นกับการนับถอยหลังสู่มหกรรมการแข่งขันกีฬาครั้งที่ 33 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมืองหลวงแห่งศิลปะ แฟชั่น และความรัก 

 

โทนี่ เอสตองเกต์ (Tony Estanguet) ประธานคณะกรรมการจัดงานโอลิมปิก Paris 2024 กล่าวว่าการเตรียมการสำหรับโอลิมปิก 2024 ดำเนินไปด้วยดี แม้จะมีความท้าทายจากการระบาดของ COVID-19 ครั้งใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่แต่อย่างใด และหวังว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า การระบาดที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ TOKYO 2020 จะไม่ตามไปจนถึงปี 2024 

 

5 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ Paris 2024

 

1. ในปี 2024 นี้ ปารีสจะกลายเป็นเมืองลำดับที่ 2 ในการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูร้อน 3 ครั้งต่อจากลอนดอน จากการเป็นเจ้าภาพครั้งล่าสุดในปี 1924 นับเป็นเวลาครบ 100 ปีพอดี นอกจากโอลิมปิกฤดูร้อน 3 ครั้งแล้วก็ยังมีโอลิมปิกฤดูหนาวอีก 3 ครั้ง Paris 2024  จึงถือเป็นโอลิมปิกครั้งที่ 6 ที่ถูกจัดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส

ปารีสเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกเมื่อปี 1900 ซึ่งมีนักกีฬาหญิงเข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โอลิมปิก แต่ครั้งนั้นไม่มีแม้แต่พิธีเปิดหรือพิธีปิด ต่อมาในปี 1924 ปารีสได้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูร้อนอีกครั้ง และกลายเป็นเมืองแรกที่ได้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2 ครั้ง

 

2. Paris 2024 จะมีการเปิดตัวกีฬาประเภทใหม่ คือ Breaking หรือการแข่งขันเต้นเบรกแดนซ์ ซึ่งนักกีฬา (เรียกว่า b-boys และ b-girls) จะได้รับการตัดสินจากเกณฑ์หลายประการในระหว่างทำกิจวัตร รวมถึงทักษะทางเทคนิค ความคิดสร้างสรรค์ สไตล์ ความเร็ว ความแข็งแรง จังหวะ และความคล่องตัว

 

3. ตาฮิติเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในเฟรนช์โพลินีเซีย เป็นดินแดนของประเทศฝรั่งเศสที่จะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกระดานโต้คลื่นใน Paris 2024 โดยได้รับคัดเลือกให้เป็นที่จัดงานนอกเหนือจากสถานที่ที่มีศักยภาพ 4 แห่ง ในฝรั่งเศสแผ่นดินใหญ่ (Biarritz, Lacanau, Les Landes และ La Torche) ซึ่งอยู่ห่างจากปารีส 15,700 กิโลเมตร โดยจะเป็นการทำลายสถิติการแข่งขันนอกเมืองเจ้าภาพที่ไกลที่สุด

 

4. ตราสัญลักษณ์โอลิมปิกและพาราลิมปิก Paris 2024 ถูกเปิดเผยในปี 2019 นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ตราสัญลักษณ์เดียวกันสำหรับการแข่งขันทั้งสองรายการ เพื่อสื่อว่านักกีฬาทุกคนอยู่ในระดับเดียวกัน โดยตราสัญลักษณ์ดังกล่าวถือเป็น ‘ใบหน้า’ ของเกมการแข่งขัน ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่าง 3 สัญลักษณ์ ได้แก่ เหรียญทอง หมายถึง ความสำเร็จ เปลวไฟ หมายถึง พลังในการขับเคลื่อน และ มารียาน (Marianne) รูปสัญลักษณ์เชิงบุคลาธิษฐานในรูปลักษณ์สตรีเพศผู้เป็นตัวแทนแห่งเสรีภาพ หมายถึง สาธารณรัฐฝรั่งเศส

 

5. การวิ่งมาราธอนสาธารณะสำหรับนักกีฬามือสมัครเล่นจะถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในการแข่งขันโอลิมปิก Paris 2024 เพื่อให้ผู้คนที่ไม่ว่าอายุเท่าไร มีสภาพร่างกายอย่างไร ได้แบ่งปันประสบการณ์และเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาพิเศษ โดยนักวิ่งเหล่านี้จะได้วิ่งในสนามเดียวกัน สภาพเดียวกันกับสนามที่ใช้ในการแข่งขันโอลิมปิกจริง ๆ เพียงแต่จะวิ่งคนละเวลากับนักกีฬาระดับหัวกะทิ

 

 

นอกจากนี้ ได้มีการเปิดตัวเหรียญรางวัลที่จะใช้มอบใน Paris 2024 ซึ่งออกแบบโดย ฟิลิปป์ สตาร์ก (Philippe Starck) นักออกแบบผู้โด่งดังและมีผลงานมากที่สุดคนหนึ่งของโลก โดยตัวเหรียญถูกออกแบบให้สามารถแบ่งออกเป็น 4 ส่วน เพื่อให้นักกีฬาที่ชนะการแข่งขันได้แบ่งปันความสำเร็จนี้กับผู้อื่นได้ด้วย การออกแบบนี้ได้เกิดขึ้นหลังจากการออกแบบคบเพลิงสำหรับโอลิมปิกฤดูหนาวปี 1992 ที่เมือง Albertville ประเทศฝรั่งเศส นักออกแบบได้รับการร้องขอให้ออกแบบแนวคิดเหรียญรางวัลรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิก ในปี 2024

 

สตาร์กกล่าวว่า  เขาต้องการให้เหรียญรางวัลนี้สะท้อนให้เห็นว่านักกีฬาไม่ได้ชนะเพียงคนเดียว จึงทำให้เหรียญสามารถแยกส่วนออกเป็นชิ้น ๆ เพื่อมอบต่อให้กับคนอื่น ซึ่งเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการแสดงสปิริตของทีมอย่างแท้จริง

 

สำหรับเมืองหลวงของฝรั่งเศส เอสตองเกต์กล่าวว่า ธีมหลัก 2 ประการของเกมการแข่งขันในครั้งนี้ คือ “สีเขียว” และ “การมีส่วนร่วม” โดย Paris 2024 จะเป็นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกที่มีการจัดการสอดคล้องกับข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ The Paris Agreement ที่ลงนามเมื่อปี 2015 ซึ่งเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

ทั้งนี้ คณะกรรมการจัดงาน Paris 2024 ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 55% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 3.5 ล้านตัน ที่กำหนดขึ้นในการแข่งขันโอลิมปิก Tokyo 2020 ขั้นตอนแรกในการที่จะบรรลุเป้าหมายนี้คือการลดการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกก่อนการแข่งขัน 75% และการก่อสร้างแบบชั่วคราวอีก 20% หมายความว่ามีเพียง 5% เท่านั้นที่เป็นการก่อสร้างอาคารแบบถาวรก็คือหมู่บ้านโอลิมปิกและศูนย์กีฬาทางน้ำ ซึ่งเป็นการลดการก่อสร้างลง 10 เท่าเมื่อเทียบกับครั้งก่อน “ถ้าไม่มีความจำเป็น ก็จะไม่สร้างขึ้นมา แต่จะทำแบบชั่วคราว” เอสตองเกต์กล่าว

 

ด้วยแผนการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันโอลิมปิกประมาณ 1 พันล้านยูโร (3.9 หมื่นล้านบาท) ที่วางแผนไว้ ได้นำมาใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นทั่วเมืองปารีส รวมถึงการเชื่อมโยงรถไฟใต้ดินและถนนสายใหม่ โดยมีกำหนดเวลาในการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในปี 2024 ซึ่งปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 15-20 ปี

 

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการก่อสร้างได้สร้างความกังวลในท้องถิ่นว่าโครงการต่าง ๆ ที่กำลังดำเนินการอยู่จะสร้างผลกระทบระยะยาวที่เกิดจากมลพิษทางเสียงและอากาศให้กับคนในชุมชนโดยเฉพาะเด็ก ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญที่ผู้รับผิดชอบการจัดงานจะต้องคิดวิธีแก้ปัญหาต่อไป

 

ความทะเยอทะยานในการขับเคลื่อนวาระด้านสิ่งแวดล้อม

 

ฝรั่งเศสต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลก ที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือเพียงครึ่งหนึ่งจากการจัดงานครั้งที่ผ่านมา โดยอาศัยการใช้นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และแนวคิดการอนุรักษ์พลังงานเพื่อมุ่งเน้นความยั่งยืน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งความประทับใจ หากประสบความสำเร็จตามเป้าหมายจะทำให้ Paris 2024 กลายเป็นการแข่งขันกีฬาครั้งสำคัญรายการแรกที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสภาพภูมิอากาศ

 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกได้คำนึงถึงเรื่องของสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อีกทั้งความมุ่งมั่นของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Committee: IOC) ในการจัดทำแผนการปฏิรูปโอลิมปิก Olympic Agenda 2020 ทำให้อุตสาหกรรมกีฬาทั่วโลกต้องเผชิญกับความท้าทายต่อการรับผิดชอบในการสร้างสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากแรงผลักดันนี้ทำให้ Paris 2024 ได้สร้างตัวอย่างในแง่ของการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของความพยายามและแรงบันดาลใจเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ

 

ก่อนที่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2024 จะเริ่มขึ้น ได้มีการพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อมมาเป็นเวลานาน โดยมีการวางแผนที่จะใช้สถานที่ที่มีอยู่หรือสร้างขึ้นใหม่ชั่วคราวถึง 95% เพื่อลดการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ซึ่งการลดจำนวนสิ่งก่อสร้างนี้สามารถจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการเปลี่ยนสถานที่สำคัญต่าง ๆ ให้กลายเป็นสนามกีฬาเพื่อแสดงให้ผู้คนทั่วโลกได้เห็นถึสถาปัตยกรรมอันงดงามของฝรั่งเศส และจะมีการสร้างสถานที่ขึ้นใหม่เพียง 2 แห่งเท่านั้น คือ 1. หมู่บ้านโอลิมปิกและพาราลิมปิก ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นเขตอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ทันสมัยที่สุดสำหรับผู้อยู่อาศัยในส่วน Seine-Saint-Denis และ 2. Aquatics Centre ผู้อยู่อาศัยท้องถิ่นจะได้สนุกสนานไปกับสระว่ายน้ำใหม่ 3 สระในพื้นที่ที่ปัจจุบันยังไม่ค่อยมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก โดยการก่อสร้างทั้งสองโครงการจะมีคาร์บอนฟุตพรินต์ในปริมาณต่ำ นอกจากนี้ เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการระยะยาวของประชากรท้องถิ่น ได้มีการจัดทำแผนการจัดการสำหรับกิจกรรมทั้งหมด ตลอดจนระบบการวัดและติดตามคาร์บอนฟุตพรินต์ในทุกขั้นตอน เป็นการบ่งบอกว่า Paris 2024 ดำเนินการจัดงานโดยให้ความสำคัญกับสภาพภูมิอากาศในทุกแง่มุม

 

ทั้งนี้ เพื่อนำเสนอการแข่งขันกีฬาที่สามารถเป็นตัวอย่างในการสร้างแรงบันดาลใจต่อการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม Paris 2024 ได้ดึงศักยภาพด้านนวัตกรรมและความประหยัดมาใช้ในการลดการปล่อยมลพิษที่เกิดจากการแข่งขันกีฬา โดยการพยายามระบุสาเหตุ ทดลองและพัฒนาวิธีแก้ปัญหาที่ครอบคลุมทั่วทั้งโครงการ ความคิดริเริ่มดังกล่าวนี้ประกอบด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียนในระหว่างการแข่งขัน 100% เศรษฐกิจหมุนเวียน การจัดหาอาหารอย่างยั่งยืนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างรับผิดชอบ การขนส่งสาธารณะ การเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้ชม การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และการจัดการน้ำ 

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากการลงนามในโครงการ Sports for Climate Action ที่เปิดตัวโดย UNFCCC และกฎบัตรความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม 15 ข้อ (The Charter of 15 eco-responsible commitments) ที่ร่างโดยกระทรวงกีฬาของฝรั่งเศสและ WWF โอลิมปิกครั้งนี้มีความต้องการให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานได้มีส่วนร่วมในความสำเร็จของการแข่งขัน โดยไม่ลืมที่จะฝากวิธีการและความรับผิดชอบไว้เป็นมรดกให้กับวงการกีฬาและการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไป และการที่ Paris 2024 ได้ทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมสำคัญด้านกีฬาและด้านอื่น ๆ ก็เพื่อที่จะได้กำหนดอุปสรรคและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดนั่นเอง

 

ที่มา:

  • https://www.space.com/astronauts-space-olympics-zero-gravity-sports-2021
  • https://olympics.com/en/news/paris-2024-olympic-games-top-five-things-to-know
  • https://www.starck.com/olympic-medal-paris-2024-p3357
  • https://www.paris2024.org/en/a-pioneering-ambition-for-the-environment
  • https://edition.cnn.com/2021/08/09/sport/tokyo-paris-2024-olympics-cmd-spt-intl/index.html