งานวิเคราะห์ตลาดในประเทศ กองกลยุทธ์การตลาด ททท.

ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2565

 

ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดในประเทศ

 

ภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยวตลาดในประเทศเดือนเมษายน-มิถุนายน 2565 พบว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวเติบโตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยช่วงวันหยุดสงกรานต์ถือเป็นจุดเริ่มต้นของโหมดการเดินทางท่องเที่ยวชาวไทยที่มีสัญญาณออกเที่ยวมากขึ้น เมื่อพิจารณาจากข้อมูลสถิติท่องเที่ยวในประเทศของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในเดือนเมษายนอยู่ที่ร้อยละ 41.94 เป็นการเพิ่มขึ้นในทุกภาค โดยภาคตะวันตกมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงสุดที่ร้อยละ 58.74 สอดคล้องกับข้อมูลจาก Facebook Mobility ที่แสดงให้เห็นถึงภาพการเคลื่อนที่ของผู้ใช้ Facebook ในทุกภูมิภาคปรับตัวในทิศทางที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภูมิภาคระยะใกล้ที่ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 4 ชั่วโมง อาทิ กาญจนบุรี หัวหิน พัทยา ดังนั้นในเดือนเมษายนเป็นการส่งสัญญาณให้เห็นสถานการณ์ท่องเที่ยวในประเทศเริ่มกลับคืนมาแล้ว ส่วนอีก 2 เดือนถัดมา (พฤษภาคม-มิถุนายน) เป็นช่วงตอกย้ำความชัดเจนว่าท่องเที่ยวในประเทศดีขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ทั้ง 3 เดือน (เมษายน-มิถุนายน) มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 30.86 ล้านคน-ครั้งเพิ่มขึ้นร้อยละ 316 และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 135,375 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 292 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก ๆ ได้แก่ 

  • มีวันหยุดยาวหลายช่วงและเป็นช่วงปิดภาคเรียน 
  • ประชาชนไทยปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ COVID-19  ได้มากขึ้น 
  • ความต้องการในการเดินทางเพราะไม่สามารถกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางท่องเที่ยวได้ในช่วงที่ผ่านมา
  • มาตรการผ่อนคลายการแพร่ระบาดของ COVID-19  ประชาชนจึงใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับสภาวะปกติยิ่งขึ้น 
  • สถานบริการ สถานบันเทิงเปิดบริการได้ตามปกติ 
  • โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในประเทศ 
  • กิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดจาก ททท. และพันธมิตร การจัดโปรโมชั่นราคาตั๋วเครื่องบิน ที่พัก 

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวในประเทศจะเติบโตดีขึ้น แต่นับเป็นการเติบโตของจำนวนการเดินทางมากกว่ารายได้ทางการท่องเที่ยว เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยลบที่บั่นทอนการใช้จ่ายของผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยให้ลดลง และส่งผ่านไปยังรายได้โดยรวมให้เพิ่มขึ้นอยู่ในระดับที่ยังจำกัด โดยแต่ละภูมิภาคมีสถานการณ์ท่องเที่ยว ดังนี้

 

 

กรุงเทพมหานคร สถานการณ์ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานครมีการเติบโตเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 6.04 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 273 และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 31,807 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 299

 

 

ภาคกลาง (รวมภาคตะวันตก) มีการเติบโตเพิ่มขึ้น คาดว่ามีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 9.34 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 424 และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 23,565 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 322 ซึ่งจากข้อมูลโครงการประเมินผลการจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยปี 2565 พบว่าภาคกลางเป็นภูมิภาคที่ได้รับความสนใจด้านการเดินทางเป็นอันดับแรก สอดคล้องกับพฤติกรรมออกเดินทางท่องเที่ยวในระยะใกล้ที่สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า

 

 

ภาคตะวันออก สถานการณ์ท่องเที่ยวเติบโตเพิ่มขึ้น คาดว่ามีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 3.38 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 514 และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 24,214 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 541 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออกทำให้นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางเที่ยวสวนผลไม้เพิ่มมากขึ้น

 

 

ภาคใต้ สถานการณ์ท่องเที่ยวโดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวรองอย่างนครศรีธรรมราช ยะลา พัทลุง ระนอง มีการเติบโตดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันสถานการณ์ท่องเที่ยวจังหวัดหลักเริ่มอยู่ในแดนบวกอีกครั้ง โดยคาดว่ามีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 3.36 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 229 และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 21,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 207 

 

 

ภาคเหนือ มีการเติบโตดีอย่างชัดเจน โดยมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 3.97 ล้านคน-ครั้งเพิ่มขึ้นร้อยละ 181 และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 23,948 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 201 ซึ่งหลังจากสถานการณ์ COVID-19 เริ่มคลี่คลายลง ผนวกกับรัฐบาลมีนโยบายผ่อนปรนให้สามารถจัดงานที่มีการรวมกลุ่มคนได้ภายใต้มาตรการสาธารณสุขทำให้สถานการณ์การท่องเที่ยวภูมิภาคนี้มีการเติบโตดีชัดเจนอย่างต่อเนื่อง

 

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการเดินทางท่องเที่ยวเติบโตเพิ่มขึ้น โดยคาดว่ามีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 4.76 ล้านคน-ครั้งเพิ่มขึ้นร้อยละ 363 และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 10,833 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 359 ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยสนับสนุนจากกระแสความศรัทธากลุ่มสายมู โดยส่วนใหญ่เป็นการเดินทางภายในภูมิภาค ทำให้บรรยากาศท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือคึกคักมากขึ้น