งานวิเคราะห์ตลาดในประเทศ กองกลยุทธ์การตลาด ททท.

ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2565

ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดในประเทศเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2565 มีการเติบโตดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 18.97 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 523 และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 63,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 506 เนื่องจาก 3 เดือนนี้มีปัจจัยสนับสนุนจาก

 

(1) วันหยุดยาวหลายช่วงที่กระตุ้นให้คนวางแผนออกเดินทางท่องเที่ยว 

(2) กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจาก ททท. อาทิ งานประเพณีที่สำคัญอย่างแห่เทียนพรรษา ประเพณีผีตาโขนและการแสดงหน้ากากนานาชาติ เทศกาลอาหารสองทะเล Songkhla Seafood Festival 2022 กิจกรรมเที่ยวธรรมชาติแบบไม่กลัวฝน 

(3) ความร่วมมือจากพันธมิตรในการทำโพรโมชันแพ็กเกจโรงแรมที่พักและการส่งเสริมเที่ยวข้ามภาคจากสายการบินในประเทศ อาทิ เส้นทางเชียงใหม่-อุดรธานีของ AirAsia เส้นทางกรุงเทพฯ-เบตงของ NokAir 

(4) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐอย่างโครงการเราเที่ยวด้วยกันก็เป็นแรงหนุนให้ผู้คนออกเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 

ขณะที่สภาพเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร ผนวกกับเงินเฟ้อสูงและความผันผวนของราคาน้ำมัน อีกทั้งปีนี้ประเทศไทยเผชิญมรสุมหลายระลอกในช่วงสิงหาคม-กันยายน ส่งผลให้เกิดอุทกภัยบางจังหวัดท่องเที่ยวในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยอุทกภัยดังกล่าวจัดเป็นผลกระทบระยะสั้น ๆ แม้ว่าแหล่งท่องเที่ยวบางแหล่งจะมีน้ำท่วมขัง แต่ก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นที่ยังเที่ยวได้ จึงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายทางการท่องเที่ยวมากนัก ทำให้บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2565 ยังคงมีความคึกคักเพิ่มขึ้น โดยภูมิภาคระยะใกล้กรุงเทพฯ จะมีอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้เยี่ยมเยือนมากกว่าภูมิภาคระยะไกล ทั้งนี้เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ อีกทั้งพฤติกรรมของคนไทยนิยมขับรถเที่ยวเองมากกว่าการนั่งเครื่องบินหรือใช้ยานพาหนะสาธารณะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลของกำลังซื้อคนไทยที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจด้วย เพราะการท่องเที่ยวในภูมิภาคระยะไกลจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงกว่า โดยแต่ละภูมิภาคมีสถานการณ์ท่องเที่ยวดังนี้

 

 

กรุงเทพมหานคร สถานการณ์ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานครมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ททท. และเอกชนร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง อาทิ BANGKOK DOUBLE BRIDGE RUN, Running in the Rain, สตรีทอาร์ทเที่ยวสนุก สุขใจไปกับปันสุข, All day River Pass ท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาโดยเรือ CTB แบบไม่จำกัดเที่ยว, ICONSIAM FOOD TRUCK BAZAAR ALONG THE RIVER นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวแนวคาเฟ่ที่มีสไตล์เท่ ๆ ชิค ๆ เหมาะแก่การเช็คอินถ่ายรูป และสถานที่ถ่ายรูป SIAMSCAPE  ในบรรยากาศเกาหลีซึ่งกำลังเป็นกระแสในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน ทำให้สถานการณ์ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานครเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้คนที่มาเที่ยวกรุงเทพมหานครจะมาจากจังหวัดปริมณฑลและใกล้เคียงเป็นหลักและเน้นเที่ยวแบบ One Day Trip มากกว่าพักค้างคืน ดังนั้น จึงคาดว่าใน 3 เดือนนี้จะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 4.81 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 541 และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 11,892 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 434

 

 

ภาคกลาง (รวมภาคตะวันตก) ในช่วง 3 เดือนนี้ สถานการณ์ท่องเที่ยวภาคกลางรวมภาคตะวันตกมีการเติบโตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ด้วยบางจังหวัดในภูมิภาคประสบปัญหาอุทกภัย ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ปทุมธานี และสุพรรณบุรี ซึ่งส่วนใหญ่จะท่วมขังในพื้นที่ที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวหลักและสามารถเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดนั้น ๆ ได้ตามปกติ ยกเว้นพระนครศรีอยุธยาที่หลายวัดที่สำคัญริมน้ำเริ่มมีน้ำท่วมขัง แต่อุทยานประวัติศาสตร์ยังปลอดภัยไม่มีน้ำท่วมขังและสามารถเที่ยวได้เช่นเดิม แต่ด้วยสภาพอากาศที่มีฝนตกฟ้าคะนองเป็นระยะ ๆ ทำให้ประชาชนชะลอการเดินทางท่องเที่ยวลง อย่างไรก็ตาม แม้ปัญหาอุทกภัยจะทำให้ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวของภาคกลาง (รวมภาคตะวันตก) สะดุดเล็กน้อย แต่ก็ยังเห็นการเติบโตเพิ่มขึ้นอยู่จากปัจจัยหนุนความเป็นพื้นที่ที่มีการใช้จ่ายไม่สูงเหมาะกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งกระแสความนิยมของกลุ่มสายบุญ-สายมูในช่วงนี้ที่หลายคนมีศรัทธาไปกราบไหว้ท้าวเวสสุวรรณ เพื่อขอพรขอโชคลาภ รวมถึงปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้หมดไปตามวัดต่าง ๆ อาทิ วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม วัดพังม่วง จ.สุพรรณบุรี วัดพระศรีอาริย์ จ.ราชบุรี วัดไร่ขิง จ.นครปฐม วัดคงคา จ.นนทบุรี ทำให้บรรยากาศท่องเที่ยวมีความคึกคัก จึงคาดว่าในช่วง 3 เดือนนี้จะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2.54 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 478 และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 10,798 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 427

 

 

ภาคตะวันออก จัดเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคเช่นกันที่ประสบปัญหาอุทกภัยในเดือนสิงหาคม-กันยายน โดยจังหวัดที่ประสบภัยได้แก่ ระยอง ชลบุรี จันทบุรี สระแก้ว และสมุทรปราการ แต่เนื่องจากเป็นผลกระทบระยะสั้น จึงยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการท่องเที่ยวเท่าไหร่นัก ยังคงมีคนไทยเดินทางเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่องทั้งจากการใช้สิทธิเราเที่ยวด้วยกันเฟส 4 ส่วนต่อขยาย และผลจากแรงกระตุ้นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว อาทิ กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยววันธรรมดา กิจกรรมทางด้านกีฬา (Sport Lover) เช่น Teenkai night run 2022 จ.นครนายก UKET – ULTRA TRAIL KHAO ETO  2022 จ.ปราจีนบุรี  Rayong Together Run Minimarathon 2022 จ.ระยอง  Amazing Eco Trail 2022 จ.ชลบุรี ฯลฯ ทำให้ภาพรวมของสถานการณ์ท่องเที่ยวภาคตะวันออกใน 3 เดือนยังคงมีการเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยคาดว่ามีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2.57 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 780 และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 12,363 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 737

 

 

 

ภาคใต้ สถานการณ์ท่องเที่ยวมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้น แม้ว่าช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนจะไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยวทางทะเลของภูมิภาคนี้ แต่ด้วยปัจจัยสนับสนุนทั้งจากการที่นักท่องเที่ยวใช้สิทธิเราเที่ยวด้วยกันเฟส 4 ส่วนต่อขยายในจังหวัดหลักคือ ภูเก็ต กระบี่ พังงา และสมุย (สุราษฎร์ธานี) ผนวกกับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวสายมูที่ จ.นครศรีธรรมราช  เทศกาลอาหารสองทะเล Songkhla Seafood Festival 2022  กิจกรรมสาย Sport Lover อย่างงานแข่งขันเรือใบนานาชาติ สมุย รีกัตต้า  เดอะคีรีวง เทรล 2022 จ.นครศรีธรรมราช  บางเทา บีชรัน 2022 จ.ภูเก็ต นอกจากนี้ กิจกรรมร่วมกับพันธมิตรสายการบิน NokAir ในเส้นทางกรุงเทพฯ-เบตง เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงพื้นที่ท่องเที่ยวเบตง จ.ยะลา ได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมทั้งสายการบิน Bangkok Airways เส้นทางหาดใหญ่-สมุย เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว 2 ฝั่งทะเล จึงช่วยดันให้ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวภาคใต้ใน 3 เดือนยังคงขยับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยคาดว่ามีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2.07 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 959 และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 14,369 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 855

 

 

ภาคเหนือ สถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนมีการเติบโตต่อเนื่อง แม้ว่าจะเป็นช่วง Green Season ก็ตาม แต่ด้วยเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในหน้าฝนทำให้เกิดการท่องเที่ยวมุมใหม่ สุดชิลล์ ถ่ายรูปสวย รับความชุ่มฉ่ำในฤดูสีเขียว กอปรกับมีปัจจัยเชิงบวกหลายทางทั้งจากโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 4 ส่วนต่อขยาย และกิจกรรมกระตุ้นการเดินทางอาทิ สปาร์ตันไทยแลนด์ 2022 เชียงใหม่  Wow Chiang Rai in Green Season แอ่วเชียงรายสบาย ๆ สไตล์หน้าฝน  TAK HALFMARATHON 2022 – RUN TO CHANGE, Sukhothai Hot Deal #2022 ฯลฯ อย่างไรก็ตาม หลายจังหวัดในภาคเหนือได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แพร่ ลำปาง ลำพูน พะเยา น่าน สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ประสบปัญหาอุทกภัยแต่ไม่ใช่ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวแต่อย่างใด ทำให้สถานการณ์ท่องเที่ยวภาคเหนือยังคงมีจำนวนการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยคาดว่ามีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 3.16 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 450 และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 8,846 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 430

 

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการเดินทางท่องเที่ยวขยายตัวมากขึ้น โดยเกิดจากความแรงกระแสสายมูในเส้นทางศรัทธาพญานาค และกิจกรรมส่งเสริมการตลาดจาก ททท. ในการผลักดันเส้นทางไหว้ตามรอยพญานาคในดินแดนอีสาน ทำให้แหล่งท่องเที่ยวอย่างถ้ำนาคี-นาคาใน จ.บึงกาฬและนครพนม มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่อย่างเนืองแน่น และเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวรอบข้าง รวมทั้งส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวผ่านเส้นทางอาหารถิ่น 4 เมืองแซ่บ (นครราชสีมา อุบลราชธานี อุดรธานี และขอนแก่น) กิจกรรมสาย Sport Lover ที่ จ.บุรีรัมย์ งานประเพณีแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี ส่งผลให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่จัดกิจกรรมเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้จังหวัดที่มีพรมแดนติดต่อประเทศเพื่อนบ้านได้แก่ หนองคาย อุบลราชธานี มุกดาหาร นครพนม และเลย มีจำนวนการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์จากการที่ สปป.ลาวเปิดรับนักท่องเที่ยวและเปิดบริการเส้นทางรถไฟความเร็วสูงลาว-จีนระหว่างเมืองหลวงพระบาง-เวียงจันทน์-วังเวียง ซึ่งเป็นสินค้าท่องเที่ยวที่อยู่ในกระแสความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติในขณะนี้ อีกทั้งค่าเงินกีบที่อ่อนค่ามากทำให้คนไทยส่วนใหญ่หันมาเดินทางท่องเที่ยว สปป.ลาวมากขึ้น โดยใช้เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงจากจังหวัดที่มีพรมแดนและข้ามด่านออกไปยัง สปป.ลาว ทำให้จังหวัดที่มีพรมแดนท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น ส่งผลให้สถานการณ์ท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการเติบโตเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยคาดว่ามีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 3.81 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 585 และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 5,569 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 543