กองบรรณาธิการ

 

Anita Mendiratta ที่ปรึกษาเลขาธิการองค์การการท่องเที่ยวโลก

 

Facing the Future

…เรากำลังเดินก้าวสู่อนาคตของการท่องเที่ยว อนาคตของการสร้างเครือข่ายทางธุรกรรมและการแลกเปลี่ยนในรูปแบบใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หลังจาก 2 ปีภายใต้สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 คุณค่า (Value) ของการท่องเที่ยวได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เราต้องเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่แห่งอนาคตที่กำลังจะเริ่มออกเดินทางอีกครั้งพร้อมกับความคาดหวังและพฤติกรรมที่ไม่เหมือนเดิม

 

เป็นที่คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะถูกปรับรูปโฉมใหม่อย่างสิ้นเชิงผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน นอกจากการชำระเงินด้วยคริปโทเคอร์เรนซีแล้ว บล็อกเชนยังจะมาเปลี่ยนวิธีการที่ข้อมูล (Data) จะถูกเก็บ ถูกนำมาใช้และถูกถ่ายทอดแลกเปลี่ยนระหว่างกัน บล็อกเชนเป็นโอกาสที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวต้องคว้าไว้เพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคตของการท่องเที่ยวไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

 

จากจำนวนผู้ถือคริปโทเคอร์เรนซี และแหล่งท่องเที่ยวที่ยอมรับคริปโทเคอร์เรนซีในการชำระค่าสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังจะเปลี่ยนไป ซึ่งเราต้องรีบทำความเข้าใจปรากฏการณ์ของบล็อกเชนและผลกระทบที่มีต่อการท่องเที่ยว เพื่อจะได้เข้าถึงโอกาสอันมหาศาลที่เทคโนโลยีรูปแบบใหม่นี้สามารถนำพามาให้…

 

Blockchain for Travel

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2565 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เข้าร่วมงาน Global Tourism Forum: Dubai Blockchain for Travel ณ โรงแรม Rixos Premium Dubai JBR สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จัดโดยสถาบัน World Tourism Forum Institute (WTFI) ร่วมกับบริษัท Ariva Digital ในหัวข้อ ‘บล็อกเชนและการท่องเที่ยว’ โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นผู้บริหารระดับสูง ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญจากภาคการท่องเที่ยวและเทคโนโลยีจากทั่วโลก มาร่วมบรรยายและเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น องค์ความรู้ ประสบการณ์ วิสัยทัศน์ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่และโอกาสที่สำคัญของเทคโนโลยีบล็อกเชน การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยว และการฟื้นฟูการท่องเที่ยวในระยะต่อไป

 

Taleb Rifai อดีตเลขาธิการองค์การการท่องเที่ยวโลก

 

ระบบนิเวศใหม่ของการท่องเที่ยว

Sumaira Isaacs ประธานบริหาร World Tourism Forum Institute กล่าวว่า เป็นที่คาดว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนจะถูกนำมาใช้ประโยชน์มากขึ้นในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในอนาคต ทั้งภาคการเงิน การวิเคราะห์ข้อมูล โดยผสานกับเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) และ 5G การใช้บล็อกเชนเพื่อปรับรูปแบบการดำเนินงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยประหยัดทั้งเงิน เวลา ตลอดจนช่วยแก้ไขปัญหาการดำเนินงานได้หลายอย่าง

 

การท่องเที่ยว บล็อกเชน และคริปโทเคอร์เรนซี สามารถที่จะร่วมมือกันในหลายรูปแบบ ทั้งในการจอง การยืนยันตัวตนและเอกสารต่าง ๆ รวมไปถึงการจัดทำโปรแกรม Loyalty สำหรับลูกค้า การชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัล ฯลฯ ที่สำคัญเทคโนโลยีสมัยใหม่เช่น บล็อกเชน สามารถทำให้การดำเนินงานเหล่านี้มีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนของกระบวนการ ซึ่งการพัฒนาเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้เมื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบล็อกเชนจับมือกัน ซึ่งการร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องระหว่างอุตสาหกรรมเป็นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการร่วมมือกันในอนาคต เพื่อให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชนได้อย่างเต็มโอกาส

 

เช่นเดียวกับ Taleb Rifai อดีตเลขาธิการองค์การการท่องเที่ยวโลก (UNWTO) ที่กล่าวว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังจะต้องเผชิญกับอิทธิพลจากการพัฒนาของเทคโนโลยีดิจิทัลรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบล็อกเชน คริปโทเคอร์เรนซี IoT ข้อมูลจากสถานที่ตั้ง (Location-based intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นระบบนิเวศใหม่ของการท่องเที่ยวที่สามารถทำให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็สามารถเข้ามาสนับสนุนเป้าหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของ UN ได้อีกด้วย

 

เทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถอำนวยประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้หลายทาง อาทิ ช่วยให้การชำระเงินเป็นไปอย่างสะดวกราบรื่นมากขึ้น โดยโปรโตคอลการส่งข้อมูลข้ามเครือข่ายบล็อกเชน (Blockchain Protocol) เป็นตัวอย่างของการชำระค่าใช้จ่ายผ่านคริปโทเคอร์เรนซีสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอนาคต นอกจากนี้ เทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถนำไปใช้ในระบบยืนยันตัวตน รวมทั้งยืนยันเอกสารการเดินทางระหว่างประเทศต่าง ๆ ให้รวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต เพราะยุคสมัยของการท่องเที่ยวและบล็อกเชนกำลังจะมาถึงอย่างแน่นอน

 

Francois Hollande ในการเสวนาและสัมภาษณ์พิเศษ

 

การท่องเที่ยวในยุค Post-pandemic

Francois Hollande อดีตประธานาธิปดีประเทศฝรั่งเศส กล่าวในการเสวนาและสัมภาษณ์พิเศษ “อิทธิพลของคริปโทเคอร์เรนซีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว” ว่าเหตุการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทำให้การท่องเที่ยวหยุดชะงักลง ในขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวกำลังจะกลับสู่ภาวะปกติในไม่ช้า เทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการฟื้นฟูการท่องเที่ยวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ในการยืนยันตัวตน การเก็บและแลกเปลี่ยนข้อมูล ฯลฯ

 

การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือเพื่อส่งเสริมสันติภาพ รวมทั้งเป็นเครื่องมือในการขจัดความยากจน ความท้าทายของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในระยะต่อไปคือการเพิ่มมูลค่าการใช้จ่าย เราต้องสร้างภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่สามารถเชื่อมโยงกับภาคส่วนเศรษฐกิจอื่น ๆ ได้ อาทิ เกษตรกรรม หัตถกรรม ซึ่งเทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถเป็นศูนย์กลางที่จะอำนวยให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้ การเชื่อมโยงกับภาคส่วนอุตสาหกรรมอื่น ๆ จะทำให้นักท่องเที่ยวขยายการจับจ่ายนอกเหนือไปจากเพื่อบริการทางการท่องเที่ยว แต่ยังไปถึงการบริโภคสินค้าในภาคส่วนอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในแหล่งท่องเที่ยวนั้น ๆ

 

เทคโนโลยีบล็อกเชนจะทำให้ข้อมูลสถิติทางการท่องเที่ยวมีความละเอียดและรวดเร็วมากขึ้น การใช้จ่ายทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ นักท่องเที่ยวเข้าใช้บริการที่โรงแรมที่ไหน ร้านอาหารที่ใด ข้อมูลทั้งหมดนี้จะช่วยให้ภาคการท่องเที่ยวสามารถตัดสินใจเพื่อการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อมูลไม่ใช่มีไว้เพื่อติดตามสถานการณ์เพียงเท่านั้น แต่สามารถนำมาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนและพัฒนาการให้บริการทางการท่องเที่ยวในพื้นที่นั้น ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยว

 

นอกจากนี้ บล็อกเชนยังเป็นรูปแบบใหม่ของการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งจะขยายขอบเขตของการท่องเที่ยวในอนาคต ปัจจุบันผู้คนจำนวนมากยังมีความไม่มั่นใจต่อการใช้จ่ายผ่านสกุลเงินดิจิทัล เมื่อใดก็ตามที่คริปโทเคอร์เรนซีสามารถให้ความมั่นใจแก่ผู้บริโภคในความมั่นคงปลอดภัยได้ มันจะทำให้เราสามารถทำการแลกเปลี่ยนเพื่อการท่องเที่ยวได้จากทั่วโลก ประเทศที่จะสามารถแข่งขันได้คือประเทศที่เตรียมพร้อมรับเทคโนโลยีใหม่นี้ เราต้องการกฎระเบียบที่เอื้อต่อการเติบโตและการพัฒนา และช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกว่าสามารถใช้เงินดิจิทัลได้อย่างมั่นคงปลอดภัย

 

ในปัจจุบันการท่องเที่ยวต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งโรคระบาด วิกฤตสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง รวมทั้งความขัดแย้งทางการเมืองและสงคราม ในการขับเคลื่อนไปข้างหน้า ผู้นำทั่วโลกต้องร่วมกันสนับสนุนให้ปัจจัยที่ส่งเสริมให้การเดินทางท่องเที่ยวมีความมั่นคงปลอดภัยเกิดขึ้น

 Sumaira Isaacs ประธานบริหาร WTFI และนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา

 

Amazing New Chapter : The Future is Now

นิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา ททท. ได้เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ ‘เทคโนโลยีบล็อกเชน สะพานสู่การท่องเที่ยวอัจฉริยะ’ กับการท่องเที่ยวประเทศกรีซ โดยได้กล่าวถึงการท่องเที่ยวไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์โควิด-19 ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา และการดำเนินการของ ททท. เพื่อฟื้นตัวโดยสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวผ่านแคมเปญ “Visit Thailand Year 2022 : Amazing new Chapters” นำเสนอคุณค่าการท่องเที่ยวของประเทศไทยมุมมองใหม่ มีความโดดเด่นและแตกต่างจากประเทศคู่แข่ง ทั้งในเรื่องศิลปะวัฒนธรรม เอกลักษณ์ท้องถิ่น วิถีชีวิตและความมีมิตรของคนไทย พร้อมกันนี้ยังได้เน้นย้ำถึงความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อดึงดูดและกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลับมาท่องเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง

 

การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีมีบทบาทที่สำคัญยิ่งในการเพิ่มขีดความสามารถของระบบนิเวศการท่องเที่ยวของประเทศไทยทั้งหมดให้ก้าวไปข้างหน้าตามแนวคิดการท่องเที่ยวอัจฉริยะ (Smart Tourism) ททท. ได้มีการดำเนินการเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ อาทิ Digital Nomad หรือ Generation Y และ Z ซึ่งมีความเข้าใจและเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ (Tech Savvy) รวมทั้งมีการถือและใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น คริปโทเคอร์เรนซี หรือ NFTs โดยได้ศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชน ทั้ง Digital Token หรือ Metaverse ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เริ่มจากการสร้าง “เมตาเวิร์สไร่ทุเรียน” ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยมชม รวมทั้งซื้อขายทุเรียนจากไร่ได้จริง หรือการสร้างคอลเลกชันของ NFT ร่วมกับศิลปินท้องถิ่นในประเทศไทย เพื่อสร้างการรับรู้ในแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทย นำเสนออัตลักษณ์ วัฒนธรรม และศิลปะไทย สู่เวทีระดับโลก นับเป็นการผลักดันให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยใช้ประโยชน์จากคริปโตเคอร์เรนซี เพื่อให้เป็นโมเดลต้นแบบสำหรับการพัฒนาในอนาคตต่อไป