เกี่ยวกับสเปน

ราชอาณาจักรสเปน (Kingdom of Spain) เป็นประเทศในเขตตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป ตั้งอยู่บนคาบสมุทรไอบีเรีย ห่างจากประเทศไทย 10,195 กิโลเมตร มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 505,944 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรอาศัยอยู่มากเป็นอันดับ 5 ของภูมิภาคยุโรป ประมาณ 46.44 ล้านคน โดยมีกรุงมาดริด (Madrid) เป็นเมืองหลวง

สเปนเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่มากที่สุดประเทศหนึ่งในยุโรป มีความได้เปรียบด้านที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมระหว่างยุโรปตะวันตก ละตินอเมริกา และแอฟริกาตอนเหนือ ประกอบกับค่าครองชีพและค่าจ้างแรงงานที่ต่ำกว่าประเทศชั้นนำอื่นๆ ในยุโรป อีกทั้งรัฐบาลยังมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้สเปนเป็นประเทศที่มีการลงทุนจากต่างประเทศสูงมาก (แม้ว่าสเปนจะประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 ก็ตาม) ข้อมูลปี 2559 สเปนมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) มูลค่า 1,232,088 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงเป็นลำดับที่ 13 ของโลก และมีอัตราการเติบโตถึงร้อยละ 3.2 ต่อปี โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร (GDP per capita) เท่ากับ 26,529 เหรียญสหรัฐ (สูงกว่าประเทศไทยประมาณ 4.5 เท่า)

รู้จักชาวสเปน

ชาวสเปนให้ความสำคัญกับสมดุลการทำงานกับการใช้ชีวิต (Work-lifeBalance) ค่อนข้างสูง มีสัดส่วนน้อยมากที่ทำงานมากกว่า 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยใช้เวลาประมาณ 15.9 ชั่วโมงต่อวันไปกับกิจกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพและการพักผ่อน

พฤติกรรมการบริโภคสื่อดิจิทัลของชาวสเปน มีสัดส่วนการใช้อินเทอร์เน็ตร้อยละ 82 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่ระบุว่ามีการใช้งานอินเทอร์เน็ตทุกวัน ช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ YouTube และ Facebook รองลงมาเป็นWhatsapp และ Twitter โดย Facebook Fanpage ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและการเดินทางที่มีชาวสเปนติดตามมากที่สุด ได้แก่ ElViajero Fisgon ViajerosPiratas.es และ Skyscanner

ส่วนพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวชาวสเปนนั้น จากรายงานปี 2558ของ UNWTO ระบุว่า ชาวสเปนมีการเดินทางไปต่างประเทศรวม 22.38ล้านคน-ครั้ง จุดหมายท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นประเทศในภูมิภาคยุโรปโดยประเทศไทยได้รับความนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นลำดับที่ 20การเดินทางต่างประเทศจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเดินทางในประเทศถึง 4.79 เท่า ทั้งนี้วัตถุประสงค์หลักในการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศของชาวสเปน ได้แก่ เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ เยี่ยมญาติหรือเพื่อน และเพื่อประกอบธุรกิจ

ในปี 2560 มีนักท่องเที่ยวชาวสเปนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวน 178,954 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 6.35 ระยะเวลาพำนักเฉลี่ยนาน 15.75 วัน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 64,526.65 บาทต่อทริปสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว 11,547.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 11.27

โดยสัดส่วนของนักท่องเที่ยวสเปนที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นครั้งแรกและนักท่องเที่ยวเดินทางซ้ำ (Repeater) มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน (ร้อยละ 54.18 และร้อยละ 45.82 ตามลำดับ) ส่วนใหญ่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยเพื่อการพักผ่อน (ร้อยละ 93.72) และเป็นนักท่องเที่ยวประเภท FIT ที่นิยมออกแบบการเดินทางเองมากถึงร้อยละ 85.16

ทั้งนี้ พฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยของนักท่องเที่ยวชาวสเปน ในปี 2561 เดินทางท่องเที่ยวเฉลี่ย 2.56 จังหวัด โดยพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวชาวสเปนนิยมเดินทางไปเยือน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร(ร้อยละ 70.36) เชียงใหม่ (ร้อยละ 53.48) กระบี่ (ร้อยละ 32.25) และสุราษฎร์ธานี (ร้อยละ 26.08) และกิจกรรมท่องเที่ยวที่ไม่พลาดเมื่อมาท่องเที่ยวประเทศไทย ได้แก่ รับประทานอาหารไทย (ร้อยละ 98.48)ชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ วัด พิพิธภัณฑ์ (ร้อยละ 85.73) และกิจกรรมชายหาด (ร้อยละ 71.84)

นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงชาวสเปน

จากการศึกษาตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพสูงในราชอาณาจักรสเปน ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่มีประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาอย่างน้อย 1 ครั้ง และมีรายได้ ส่วนตัวไม่น้อยกว่า 60,000 เหรียญสหรัฐต่อปี พบว่าจากจำนวนผู้ที่เคยเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาจำนวน 3.58 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพสูงจำนวน 1.47 ล้านคน โดยมีสัดส่วนเพศชายมากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 41-65 ปี เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะทาง เช่น วิศวกร ทนาย แพทย์ หรือทำงานเป็นผู้บริหารในภาคเอกชน อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมือง Barcelona และเมืองหลวง Madrid รวมถึง Seville, Valencia และเมือง Bilbao

โดยชาวสเปนกลุ่มดังกล่าวที่จัดเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ ปกติมีการใช้ชีวิตที่หรูหรา กล่าวคือนิยมรับประทานอาหารมื้อพิเศษในภัตตาคารที่มีชื่อเสียง เช่น DiverXO และ El Celler de Can Roca สำหรับคนดังที่มีอิทธิพลต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ได้แก่ Rafael Nadal นักเทนนิสชื่อดัง Lionel Messi นักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา และ Fernando Alonso นักแข่งรถชาวสเปน

Customer Journey

ความน่าสนใจของแหล่งท่องเที่ยว’ เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อการเลือกจุดหมายท่องเที่ยวต่างประเทศของนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงชาวสเปน รองลงมาได้แก่ เอกลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เอกลักษณ์ของวัฒนธรรมท้องถิ่น คำแนะนำ/ประสบการณ์ที่ผ่านมา และความน่าสนใจ ของศิลปวัฒนธรรม

โดย Online Travel Agents (OTAs) เป็นช่องทางที่มีความสำคัญสูงมากต่อการเลือกจุดหมายการเดินทางและจองทริปท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยมีสัดส่วนการจองทั้งตั๋วเครื่องบินและโรงแรมมากที่สุด ผ่านทาง Booking.com TripAdvisor ขณะที่การจองทริปผ่านบริษัททัวร์มีสัดส่วนไม่มากนัก โดยบริษัททัวร์ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Travelplan และ El Corte Ingles

นักท่องเที่ยวชาวสเปนจะเลือกสายการบินโดยพิจารณาจากการมีเที่ยวบิน ตรงในสัดส่วนมากที่สุด รองลงมาเป็นปัจจัยด้านราคา ซึ่งสายการบินที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Iberia Vueling และ Ryanair

ที่พักซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวสเปนมากที่สุด ได้แก่ โรงแรม 4 ดาว รองลงมาเป็นโรงแรม 5 ดาว และโรงแรมทั่วไป โรงแรมที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Hilton และ Melia Hotels International

การชิมอาหารท้องถิ่น เป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชาวสเปนสนใจและได้รับความนิยมมากที่สุด รองลงมาเป็นกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น ช้อปปิ้ง ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แสงสี/ชีวิตยามค่ำคืน กิจกรรมชายทะเล และกิจกรรมบันเทิง/นันทนาการ

ช่วงเวลาและจุดหมายปลายทางยอดนิยม

ช่วงเวลาที่นิยมเดินทางท่องเที่ยว (High Season) ได้แก่ ช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน (Easter Holidays) และระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ซึ่งเป็นช่วงปิดภาคการศึกษา

โดยประเทศจุดหมายท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) ที่สร้างความประทับใจจากการเดินทางที่ผ่านมาให้แก่นักท่องเที่ยวชาวสเปนมากที่สุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฟิจิ และไทย โดยสหรัฐอเมริกาได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่เดินทางไปต่างประเทศตลอดทั้งปี ทั้งนี้ ประเทศไทยได้รับความนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วง Summer/Autumn มากกว่าในช่วง Winter/Spring ในขณะที่ประเทศจุดหมายท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul) ส่วนใหญ่มักเลือกจุดหมายปลายทางในยุโรป ได้แก่ อิตาลี สหราชอาณาจักร เยอรมนี เป็นต้น

การใช้จ่ายระหว่างการท่องเที่ยว

กรณีจัดการเดินทางด้วยตัวเอง สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) นักท่องเที่ยวชาวสเปนจะใช้จ่ายเฉลี่ย 5,425 เหรียญสหรัฐต่อทริป ไม่รวมค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน ในขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul) จะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 2,979 เหรียญสหรัฐต่อทริป โดยทั้งการเดินทางระยะไกลและใกล้ ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นค่าที่พัก รองลงมาเป็นค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าช้อปปิ้ง และกิจกรรมบันเทิง โดยค่าใช้จ่ายเพื่อการเดินทางในพื้นที่มีสัดส่วนน้อยที่สุด

มุมมองของนักท่องเที่ยวชาวสเปนต่อประเทศไทย

ภาพลักษณ์ของประเทศไทยสำหรับนักท่องเที่ยวชาวสเปน สิ่งแรกที่นึกถึง (Top-of-mind) ในเชิงบวก ได้แก่ ทะเล/ชายหาด ธรรมชาติ/ป่า ประเทศในเอเชีย และวัฒนธรรม/ศาสนา ในขณะที่ประเด็นภาพลักษณ์เชิงลบ ได้แก่ ปัญหาสังคม/ความยากจน/ความปลอดภัย และประเด็นเรื่องการค้าประเวณี เป็นต้น

ในทัศนคติของนักท่องเที่ยวชาวสเปนส่วนใหญ่เห็นว่าประเทศไทยเหมาะสำหรับการพักผ่อนในฐานะแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และสถานที่สำหรับการฮันนีมูน/ฉลองครบรอบการแต่งงาน โดยมีอยู่ไม่น้อยที่เห็นว่าประเทศไทยมีบริการสปาเพื่อสุขภาพที่ดี ชื่นชมในอัธยาศัยไมตรีของคนไทย และเห็นว่าวิถีชีวิตของคนไทยน่าสนใจ ขณะที่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับกีฬากอล์ฟ สถานที่เพื่อการตรวจรักษาสุขภาพ และแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการกีฬาของประเทศไทย ไม่ได้เป็นภาพที่มีการรับรู้เลย

High-potential tourist segment

Young Executives

คนรุ่นใหม่ที่มีรายได้สูง มีสัดส่วนร้อยละ 26.15 หรือจำนวน 0.38 ล้านคน ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 26-35 ปี เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในวิชาชีพสาขาต่างๆ เป็นผู้ที่มีความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต พร้อมกับความปรารถนาในการเรียนรู้และพลังในการต่อสู้เพื่อชีวิตในอนาคต มีความมั่นใจในตัวเองสูง ต้องการได้รับการยอมรับจากสังคม โดยเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจกับการทำกิจกรรมระหว่างการท่องเที่ยวหลากหลาย โดยการชิมอาหาร สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น และช้อปปิ้ง เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

Womenomics

ผู้บริหารระดับกลางถึงสูง เพศหญิง มีสัดส่วนร้อยละ 18.55 หรือจำนวน 0.27 ล้านคน ส่วนใหญ่อายุ 41-45 ปี ทำงานประเภทที่ต้องอาศัยประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะทางหรือเป็นผู้บริหารภาคเอกชน เป็นกลุ่มที่มีทัศนคติในการใช้ชีวิตที่ยืดหยุ่น ยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ดี ต้องการแสวงหาสิ่งใหม่ๆ มีทัศนคติเชิงบวกต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม ชื่นชอบการชิมอาหาร ศิลปวัฒนธรรม สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น และการช้อปปิ้ง มุ่งแสวงหาความแปลกใหม่ที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศซึ่งเป็นจุดหมายท่องเที่ยว โดยเฉพาะเอกลักษณ์ความงดงาม ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นของสถานที่ท่องเที่ยว

Middle-to-High Management

ผู้บริหารระดับกลางถึงสูง เพศชาย มีสัดส่วนร้อยละ 30.01 หรือจำนวน 0.44 ล้านคน ส่วนใหญ่อายุ 41-50 ปี ทำงานที่ต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญพิเศษหรือเป็นผู้บริหารในภาคเอกชน รักการเรียนรู้ มีพลังในการใช้ชีวิตเพื่ออนาคตสูง มีความมั่นใจในตัวเองสูง พร้อมกับการมีความคิดสร้างสรรค์ทันสมัยก้าวทันโลก นิยมการชิมอาหารท้องถิ่น กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรม และการช้อปปิ้ง

High-Spending Seniors

คนสูงวัยที่มีการใช้จ่ายเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวสูง มีสัดส่วนร้อยละ 25.29 หรือจำนวน 0.37 ล้านคน ส่วนใหญ่อายุ 56-65 ปี เป็นวัยใกล้เกษียณแต่ก็ยังทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญในสายวิชาชีพต่างๆ หรือผู้บริหารภาคเอกชน รักการเรียนรู้ มีการดำรงชีวิตที่ยืดหยุ่นพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคมรอบตัว และให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และศิลปวัฒนธรรมในระดับที่สูงมาก เป็นกลุ่มที่ชื่นชอบเอกลักษณ์ของศิลปวัฒนธรรม รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นพิเศษ

จากพฤติกรรมและความสนใจของนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพสูงชาวสเปนข้างต้น ประเทศไทยสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านการรับรู้ปรับปรุงภาพลักษณ์ และวัฒนธรรมให้โดดเด่นขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้เพิ่มมากขึ้น ผ่านการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงการสัมผัสวิถีชีวิตที่เชื่อมโยงกับศิลปวัฒนธรรมไทย สร้างโอกาสในการขยายตลาดสเปนได้ในอนาคต

โดย นิศาชล ยุวนะเตมีย์