ศูนย์วิจัยด้านตลาดการท่องเที่ยว

ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2564

 

แนวโน้มสถานการณ์การท่องเที่ยว

โดยงานวิเคราะห์ตลาดในประเทศ กองกลยุทธ์การตลาด ททท.

 

ภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยวของผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยปี 2564 (มกราคม-ธันวาคม) : สถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวตลาดในประเทศในปี 2564 โดยรวมอยู่ในภาวะชะลอตัว โดยเริ่มมีสัญญาณที่ดีในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2564 จากการคลายมาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวของรัฐบาล

  • สถานการณ์การเดินทางตลาดในประเทศได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากปี 2563 และการระบาดระลอกใหม่ช่วงต้นปีและกลางปี 2564 โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของคนไทย ซึ่งรัฐบาลออกมาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิว เพื่อควบคุมป้องกันการแพร่ระบาด พร้อมกับกำหนดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และขอความร่วมมือประชาชนงดการเดินทางข้ามจังหวัดโดยไม่จำเป็นตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน 2564 รวมระยะเวลา 4 เดือนที่ท่องเที่ยวในประเทศเกิดการหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทุกภาคส่วนทรุดตัวลงอีกครั้ง 
  • ผลจากการใช้มาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาด ทำให้สถานการณ์ COVID-19 เริ่มทุเลาลง โดยรัฐบาลได้คลายมาตรการต่าง ๆ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ส่งผลให้สถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเริ่มมีสัญญาณที่ดีในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2564 จากปัจจัยสนับสนุนหลัก คือ 

(1) รัฐบาลคลายมาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิว สามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้ 

(2) คนไทยได้รับการฉีดวัคซีนทั้งเข็ม 2 และเข็ม 3 มากขึ้น ทำให้เกิดความมั่นใจออกเดินทาง 

(3) นโยบายการเปิดประเทศ 120 วัน ช่วยสร้างบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ 

(4) มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในประเทศจากภาครัฐ อาทิ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส3, ทัวร์เที่ยวไทย, คนละครึ่ง

  • ปี 2564 คาดว่า มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศจำนวน 53 ล้านคน หดตัวร้อยละ 41.42 และมีรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทย 216,376 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 55.15 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2563* โดยภูมิภาคที่หดตัวมากที่สุดคือ ภาคใต้ เนื่องจากจำนวนและรายได้หลักพึ่งพิงนักท่องเที่ยวต่างชาติ รองลงมาคือ กรุงเทพมหานคร เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด COVID-19 อย่างต่อเนื่องและสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ

 

สรุปสถานการณ์ท่องเที่ยวรายไตรมาสปี 2564: 

 

 

ไตรมาสที่ 1 (มกราคม-มีนาคม 2564): สถานการณ์ท่องเที่ยว 3 เดือนแรกยังต้องเผชิญกับการกลับมาระบาดระลอกใหม่ของเชื้อไวรัส COVID-19  เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2563  ที่มีต้นทางการระบาดมาจากแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นและแพร่กระจายเป็นวงกว้างในหลายจังหวัด ทำให้ภาครัฐต้องออกมาตรการเตรียมความพร้อมและควบคุมป้องกันโดยกำหนดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยแบ่งความเข้มงวดในการจัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมออกตามพื้นที่แยกตามจำนวนผู้ติดเชื้อและแนวโน้มความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ เช่น ห้ามแรงงานต่างด้าวเดินทางเข้าออกพื้นที่จำกัดการจัดกิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมาก กำหนดเวลาเปิดปิดสถานประกอบการ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาด ซึ่งผลจากการระบาดระลอกใหม่ของเชื้อไวรัส COVID-19  สร้างความหวั่นวิตกให้กับประชาชนชาวไทย และยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจทุกภาคส่วนโดยเฉพาะธุรกิจด้านท่องเที่ยวเพราะถือเป็นช่วงไฮซีซั่น (High Season) ที่คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวแต่ต้องหยุดชะงักลง เพราะหลายจังหวัดถูกประกาศให้เป็นพื้นที่สีแดงอยู่ในการควบคุมสูงสุด 

 

ไตรมาสที่ 2 (เมษายน-มิถุนายน 2564): จัดเป็นช่วงที่มีวันหยุดยาวหลายช่วง โดยเฉพาะวันหยุดต่อเนื่องวันสงกรานต์พบว่า คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าจะพบจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19  เพิ่มขึ้นก็ตาม เนื่องจากรัฐบาลไม่มีการประกาศเคอร์ฟิวและมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ประชาชนออกเดินทางข้ามจังหวัด ทั้งการเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางท่องเที่ยวตามแผนที่วางไว้ แต่หลังวันหยุดสงกรานต์ผ่านพ้นไปแล้ว ประเทศไทยพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้รัฐบาลออกมาตรการควบคุมและป้องกันพร้อมยกระดับความเข้มงวดในการควบคุมพื้นที่ และบางจังหวัดมีคำสั่ง/ประกาศให้มีการกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาดสูง ส่งผลให้บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ
ช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน กลับมาซบเซาอีกครั้ง แม้ว่าจะมีปัจจัยเอื้อให้คนไทยที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันแรงงาน วันฉัตรมงคล และวันพืชมงคล แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโดยรวมที่ยังไม่ดีขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ตัดสินใจชะลอหรือเลื่อนการเดินทางออกไปก่อน 

 

ไตรมาสที่ 3 (กรกฎาคม-กันยายน 2564): ในไตรมาสนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงรุนแรงต่อเนื่อง เกิดการระบาดระลอกใหม่ ส่งผลให้เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม รัฐบาลต้องประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวในพื้นที่สีแดงเข้ม 29 จังหวัด พร้อมกับขอความร่วมมือประชาชนงดออกเดินทางนอกพื้นที่โดยไม่มีเหตุจำเป็น เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19  ส่งผลให้สถานการณ์ท่องเที่ยวในประเทศตลอดเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมอยู่ในภาวะหยุดชะงักอีกครั้ง แม้ว่าเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ประเทศไทยเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต (Phuket Sandbox) และวันที่ 15 กรกฎาคม เปิดพื้นที่เกาะสมุย (Samui Plus) ภายใต้นโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาล แต่โครงการดังกล่าวเน้นส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นหลัก กอปรกับคนไทยมีความวิตกกังวลกลัวต่อการติดเชื้อจากต่างชาติ จึงตัดสินใจชะลอหรือเลื่อนการเดินทางท่องเที่ยวในภูเก็ตและเกาะสมุยออกไปก่อน ทำให้บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศยังคงซบเซา

ขณะที่เดือนกันยายนสถานการณ์การระบาดในประเทศมีแนวโน้มลดลง ทำให้วันที่ 1 กันยายน 2564 รัฐบาลได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการกึ่งล็อกดาวน์ แต่ยังคงมาตรการเคอร์ฟิวและระดับความเสี่ยงของการแพร่ระบาดในแต่ละพื้นที่ไว้ รวมทั้งกำหนดให้ทุกพื้นที่ต้องมีมาตรการ Universal Prevention (แนวคิด ป้องกัน COVID-19  แบบครอบจักรวาล) ส่งผลให้คนไทยเริ่มกลับมาวางแผนท่องเที่ยวแต่ยังไม่ออกเดินทางท่องเที่ยวเท่าไหร่นักแม้ว่าจะมีช่วงวันหยุดต่อเนื่องอย่างวันมหิดล เนื่องจากต่างจังหวัดยังพบผู้ติดเชื้ออยู่เป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะในภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ตอนล่าง ขณะเดียวกันประสิทธิผลของวัคซีนที่มีอยู่ไม่สร้างความเชื่อมั่น อีกทั้งจำนวนคนไทยที่ได้รับการฉีดวัคซีนยังไม่ถึง 70% ของประชากรไทยที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ กอปรกับบางจังหวัดกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ที่จะเดินทางเข้าออกในพื้นที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสตามที่กำหนด รวมทั้งเกิดภัยธรรมชาติอย่างอุทกภัยในหลาย ๆ พื้นที่ ซึ่งล้วนเป็นข้อจำกัดในการออกเดินทางเที่ยวในประเทศ ทำให้สถานการณ์ท่องเที่ยวตลอดไตรมาสที่ 3 ตกอยู่ในภาวะหดตัว

 

ไตรมาสที่ 4 (ตุลาคม-ธันวาคม 2564): สถานการณ์ท่องเที่ยวในไตรมาสนี้เริ่มเห็นสัญญาณการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอีกครั้ง เนื่องจากได้รับปัจจัยเกื้อหนุนจาก

  • สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19  ในไทยอยู่ในระดับควบคุมได้ สถานการณ์การแพร่ระบาดลดลงหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ 
  • ประชาชนคนไทยได้รับการฉีดวัคซีนมากขึ้นทั้งในส่วนที่เป็นเข็ม 2 และเข็มกระตุ้น กอปรกับวัคซีนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูง ทำให้คนไทยมั่นใจกล้าออกเดินทางท่องเที่ยว
  • นโยบายการเปิดประเทศ 120 วัน  ซึ่งเดือนตุลาคมจัดเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของพื้นที่ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงภาคใต้ในพื้นที่ 6 จังหวัดอันดามัน รวมทั้งเป็นช่วงที่อากาศเริ่มหนาวเย็นเหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยว
  • มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในประเทศจากภาครัฐ อาทิ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส3, ทัวร์เที่ยวไทย, คนละครึ่ง
  • กิจกรรมกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวจาก ททท. และการจัดกิจกรรมโปรโมชั่นราคาจากผู้ประกอบการต่าง ๆ อาทิ สายการบิน โรงแรมที่พัก

 

ดังนั้น ภาพรวมไตรมาสที่ 4 บรรยากาศท่องเที่ยวในประเทศจะเริ่มกลับมาเดินได้อีกครั้ง แต่จะไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยภาคตะวันออกและภาคกลาง (รวมภาคตะวันตก) ภูมิภาคระยะใกล้ของกรุงเทพมหานครตลาดส่งออกหลักของนักท่องเที่ยวคนไทยมีแนวโน้มจะกลับมาเดินหน้าได้ก่อน และตามมาด้วยภูมิภาคระยะไกลโดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับสถานการณ์การรองรับนักท่องเที่ยวคนไทยของกรุงเทพมหานครอาจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวอีกระยะหนึ่ง เนื่องด้วยเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ขณะที่ภาคใต้มีแนวโน้มที่จะใช้ระยะเวลานานกว่าภาคอื่นในการฟื้นตัว เนื่องจากพึ่งพิงรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก กอปรกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนยังคงพบการระบาดติดเชื้อเป็นระยะ ๆ

 

*จำนวนผู้เยี่ยมเยือนคนไทย (หน่วย: คน-ครั้ง) เป็นการประมาณการโดย กองกลยุทธ์การตลาด ททท.

โดยใช้ข้อมูลอ้างอิงจาก กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (ณ วันที่ 24 มกราคม 64)

***********************