โดยงานวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ กองกลยุทธ์การตลาด ททท.

ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2565

 

ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ

 

ภาพรวมสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้าไทยในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2565 ขยายตัวสูง เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2564 มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งสิ้น 444,039 คนขยายตัวร้อยละ 2,101 และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 34,173 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 1,424 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการผ่อนคลายมาตรการขาเข้าประเทศของไทย ตั้งแต่วันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ 2564 “ประเทศไทย” กลับมาเปิดระบบการลงทะเบียน Thailand Pass รูปแบบ Test & Go อีกครั้งหลังระงับไป ในช่วงวันที่ 22 ธันวาคม – 31 มกราคม 2565 จากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์โอไมครอน และปรับเงื่อนไขในการเข้าไทยเพิ่มเติม คือ 

  • อนุญาตให้นักท่องเที่ยวทุกประเทศที่ฉีดวัคซีนครบโดสเดินทางเข้าไทยได้ใน
    รูปแบบ Test & Go และตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR จำนวน 2 ครั้ง แทนมาตรการเดิมที่กำหนดให้เฉพาะ 63 ประเทศ/ดินแดนและตรวจหาเชื้อฯ 1 ครั้ง

 

  •  ขยายพื้นที่นำร่องทางการท่องเที่ยวในรูปแบบ Sandbox ไปยังเมืองยอดนิยมทางทะเลชายฝั่งภาคตะวันออกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ พัทยา (ชลบุรี) เกาะช้าง
    (ตราด) และอนุญาตให้สามารถเดินทางเชื่อมโยงในกลุ่มพื้นที่จังหวัด ภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) 

 

นอกจากนี้ หลายชาติในยุโรปปรับยุทธศาสตร์ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับไวรัส COVID-19 ส่งผลให้บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศปรับตัวดีขึ้น เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกลดเวลากักตัวขากลับเข้าประเทศหลังมาเที่ยวไทย เช่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม เป็นต้น รวมทั้งการเปิดเที่ยวบินใหม่เข้าไทยอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ช่วยส่งเสริมบรรยากาศการเดินทางเที่ยวไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2565 ให้คึกคักขึ้น โดยแต่ละภูมิภาคมีสถานการณ์ ดังนี้

 

ภูมิภาคเอเชียตะวันออก (เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและอาเซียน)

 

คาดว่ามีนักท่องเที่ยวเดือนมกราคม-มีนาคม 2565 เดินทางเข้าไทยจำนวน 85,362 คน สร้างรายได้การท่องเที่ยวประมาณ 4,674 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 1,538 และร้อยละ 892 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2564 

 

ปัจจัยสนับสนุนหลัก

 

  •  ช่วงต้นปี 2565 หลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย “ลดเวลากักตัวขากลับเข้าประเทศหลังมาเที่ยวไทยสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดส” จากเดิมที่ต้องกักตัวเป็นระยะเวลา 14-21 วัน ได้แก่ ญี่ปุ่นฮ่องกง เกาหลีใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ลาว อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

 

  •  การเปิดเส้นทางบินตรงจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเข้ากรุงเทพฯ ภูเก็ต เกาะสมุย และเชียงใหม่ มากกว่า 265 เที่ยวบิน/สัปดาห์ โดยแบ่งเป็นเที่ยวบินจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน) มากกว่า 97 เที่ยวบิน/สัปดาห์ และภูมิภาคอาเซียน (กลุ่มประเทศ CLMV สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์) มากกว่า 168 เที่ยวบิน/สัปดาห์

 

ภูมิภาคยุโรป 

 

คาดว่ามีนักท่องเที่ยวเดือนมกราคม-มีนาคม 2565 เดินทางเข้าไทยจำนวน 265,888 คน สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 21,894 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 2,596 และร้อยละ 1,775 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 

 

ปัจจัยสนับสนุนหลัก

 

  • การเดินทางท่องเที่ยวไทยตามฤดูกาลของนักท่องเที่ยวยุโรป 

 

  • เกือบทุกประเทศในยุโรปยกเลิกมาตรการควบคุมโรคเข้มงวดและลดเงื่อนไขจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ (เช่น งดนับจำนวนผู้ติดเชื้อ/ ไม่ต้องกักตัว /ไม่ต้องแสดงผลตรวจเชื้อ RT-PCR เมื่อเดินทางเข้าประเทศ /ประกาศอยู่ร่วมกับ COVID-19) ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ อาทิ สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สหราชอาณาจักร และสเปน 

 

  •  การเปิดเที่ยวบินรองรับการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และภูเก็ต (มกราคม-มีนาคม) รวมจำนวน 101 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ใน 31 เส้นทางบิน (อาทิ รัสเซีย สหราชอาณาจักรเยอรมนี ฝรั่งเศส สวีเดน สวิสเซอร์แลนด์) 

 

ปัจจัยที่เป็นอุปสรรค

 

  • ความวิตกกังวลการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวบางส่วนชะลอวางแผนการจองการเดินทาง เพื่อรอดูสถานการณ์ในช่วงเดือนธันวาคม 2564 – มกราคม 2565 

 

  • นักท่องเที่ยวรัสเซียชะลอการเดินทางเข้าไทยจากกรณีสงครามรัสเซียและยูเครนที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 หลายประเทศออกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการปิดกั้นระบบการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต การระงับเที่ยวบินตรงจากรัสเซียเข้าไทยชั่วคราวของสายการบิน Aeroflot S7 Airlines และ Ural Airlines จากเมือง Moscow, Krasnoyarsk, Irkutsk, Novosibirsk และ Vladivostok ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา ทำให้เป็นข้อจำกัดของนักท่องเที่ยวรัสเซียบางส่วนที่กำลังวางแผนจองการเดินทางมาไทยหยุดชะงักลง เนื่องจากบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศที่ไม่เอื้ออำนวย รวมถึงความวิตกกังวลต่อสภาพคล่องในการใช้จ่ายสินค้าการท่องเที่ยวและอำนาจการซื้อของนักท่องเที่ยวลดลง

 

ภูมิภาคอเมริกา 

 

คาดว่ามีนักท่องเที่ยวเดือนมกราคม-มีนาคม 2565 เดินทางเข้าไทยจำนวน 33,875 คน และสร้างรายได้ประมาณ 2,691 ล้านบาท หรือ ขยายตัวร้อยละ 1,110 และร้อยละ 733 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 

 

ปัจจัยสนับสนุนหลัก

  • การเปิดเส้นทางบินและเพิ่มความถี่เที่ยวบินเชื่อมโยงจากประเทศในภูมิภาคเอเชียเข้าไทย อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ รวมทั้งการเชื่อมโยงเส้นทางบินจากภูมิภาคอเมริกาใต้ผ่านภูมิภาคตะวันออกกลาง 

 

อุปสรรค

  • การระงับ Test & Go ของไทยในช่วงวันที่ 22 ธันวาคม – 31 มกราคม 2565 ส่งผลให้เดือนมกราคม 2565 นักท่องเที่ยวจากตลาดสหรัฐอเมริกา แคนาดา บราซิล และอาร์เจนตินา ชะลอการเดินทางเข้ามาเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2564 เป็นผลมาจากสหรัฐอเมริกามีข้อกำหนดให้นักเดินทางทุกคนต้องแสดงผลตรวจเชื้อ RT-PCR ที่เป็นลบภายใน 24 ชั่วโมงก่อนเดินทางเข้าประเทศ ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2564

 

ภูมิภาคเอเชียใต้ 

 

คาดว่ามีนักท่องเที่ยวเดือนมกราคม-มีนาคม 2565 เดินทางเข้าไทยจำนวน 17,655 คน และสร้างรายได้ประมาณ 1,011 ล้านบาท หรือ ขยายตัวร้อยละ 3,104 และร้อยละ 1,784 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 โดยภูมิภาคเอเชียใต้มีอัตราการขยายตัวสูงที่สุด 

 

ปัจจัยสนับสนุนหลัก 

  • ทุกประเทศในเอเชียใต้อนุญาตให้สายการบินกลับมาเปิดการบินเที่ยวบินพาณิชย์เข้าไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 (ปากีสถาน-Thai Airways ศรีลังกา-SriLankan Airlines เนปาล-Nepal Airlines บังกลาเทศ-Thai Airways และภูฏาน-Druk Air) รวมทั้ง อินเดีย ทำข้อตกลง Air Travel Bubble (ATB) ระหว่างไทย-อินเดีย ทำให้สายการบินต่าง ๆ ได้แก่ IndiGo, Thai Lion Air, Thai Smile Airways, และ SpiceJet กลับมาทำการบินจากอินเดียเข้าไทยมากขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ 

 

ภูมิภาคโอเชียเนีย 

 

คาดว่ามีนักท่องเที่ยวเดือนมกราคม-มีนาคม 2565 เดินทางเข้าไทยจำนวน 14,704 คน สร้างรายได้การท่องเที่ยวประมาณ 1,232 ล้านบาท หรือ ขยายตัวร้อยละ 2,578 และร้อยละ 1,794 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 

 

ปัจจัยสนับสนุนหลัก 

  • รัฐบาลออสเตรเลียผ่อนคลายมาตรการเดินทางออกต่างประเทศของนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย โดยผ่อนคลายมาตรการด้านการตรวจเชื้อเมื่อเดินทางกลับตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2565 สามารถแสดงเอกสารรับรองการตรวจเชื้อแบบ RAT (ATK) ภายใน 24 ชม. แทนเอกสารรับรองการตรวจเชื้อแบบ PCR ก่อนเดินทางเข้าประเทศไม่เกิน 3 วัน 

 

  • รวมทั้งการยกเว้นการกักตัวของผู้ฉีดวัคซีนครบ 2 โดสเมื่อมีผลตรวจเป็นลบ จากรัฐนิวเซาท์เวลส์ (ซิดนีย์) และ รัฐวิกตอเรีย (เมลเบิร์น) 
  • การกลับมาเปิดเส้นทางการบินระหว่างประเทศของสายการบิน JetStar เส้นทางซิดนีย์-ภูเก็ต 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เส้นทางเมลเบิร์น-ภูเก็ต 2 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เส้นทางเมลเบิร์น-กรุงเทพฯ 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ และสายการบิน Qantas เส้นทางซิดนีย์-กรุงเทพฯ 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ รวมทั้งสายการบิน Thai Airways เพิ่มเส้นทางเมลเบิร์น-กรุงเทพฯ 4 เที่ยวบิน/สัปดาห์ 

 

ภูมิภาคตะวันออกกลาง 

 

คาดว่ามีนักท่องเที่ยวเดือนมกราคม-มีนาคม 2565 เดินทางเข้าไทยจำนวน 23,069 คน สร้างรายได้ประมาณ 2,361 ล้านบาท หรือ ขยายตัวร้อยละ 2,646 และร้อยละ 1,905 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 ตลาดหลักของภูมิภาคฯ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 

 

ปัจจัยสนับสนุนหลัก

  • รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ยกเว้นเอกสารรับรองการตรวจเชื้อแบบ RT-PCR สำหรับผู้ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เมื่อเดินทางกลับเข้าประเทศ 
  • สายการบิน Saudia เปิดเส้นทางบินตรงเข้าไทยในเส้นทางริยาด-กรุงเทพฯ 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลางขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยที่เป็นอุปสรรค

  • รัฐบาลของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซึ่งเป็นตลาดหลักจากภูมิตะวันออกกลางของไทยเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการเดินทางระหว่างประเทศเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 โดยมีข้อกำหนดให้ผู้เดินทางที่ฉีดวัคซีนครบโดส ต้องฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นจึงจะสามารถเดินทางออกไปยังต่างประเทศได้ และไม่อนุญาตให้พลเมืองที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน COVID-19 เดินทางออกต่างประเทศ 

 

ภูมิภาคแอฟริกา 

 

คาดว่ามีนักท่องเที่ยวเดือนมกราคม-มีนาคม 2565 เดินทางเข้าไทยจำนวน 3,486 คน สร้างรายได้ประมาณ 309 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 868 และร้อยละ 600 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 

 

ปัจจัยสนับสนุนหลัก 

  • ไทยยกเลิกห้ามการเดินทางเข้าไทยจากประเทศในภูมิภาคแอฟริกา โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อเดินทางเข้าประเทศไทยในระบบ Thailand Pass ภายใต้มาตรการ Sandbox ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2565 

 

  • ปัจจัยหนุนด้านการบิน โดยสายการบินในภูมิภาคตะวันออกกลางกลับมาให้บริการเที่ยวบินเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างภูมิภาคแอฟริกาเข้าไทยเพิ่มขึ้น ทำให้เดินทางเข้าไทยได้สะดวกยิ่งขึ้น อาทิ สายการบิน Qatar Airways สายการบิน Emirates และสายการบิน Ethiopian Airlines ให้บริการเส้นทางอะดิสอะบาบา-กรุงเทพฯ 2 เที่ยว/สัปดาห์