• วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 คือวันครบรอบ 500 ปีแห่งการเสียชีวิตของ ‘ลีโอนาร์โด ดาวินชี’ อัจฉริยะ คนสำคัญของโลก เจ้าของผลงาน The Salvator Mundi งานศิลปะที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ซึ่งจะถูกนำมาจัดแสดงในนิทรรศการใหญ่ระดับโลกอย่าง Blockbuster Exhibition หมุนเวียนไปตามประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ Louvre กรุงปารีส หรือในสหรัฐฯ นับเป็นการรวบรวมผลงานของ ดาวินชี เอาไว้มากที่สุด ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ผลงานทางศิลปะเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสมุดบันทึกแนวคิด และสิ่งประดิษฐ์ที่ได้ถูกนำไปต่อยอดจนกลายเป็นสุดยอดเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน

  • ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่ดาวินชีเคยศึกษาไว้ในสมุดบันทึกได้กลายเป็นที่มาของอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ได้จริงในทุกวันนี้ เขาได้คิดประดิษฐ์อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตไว้มากมาย โดยการนำเอาแนวคิดบางอย่างที่ถูกบันทึกไว้เป็นภาพวาดประกอบกับคำอธิบายอย่างละเอียดมาสร้างขึ้นจริงหลังจากที่ดาวินชีเสียชีวิตไปแล้วหลายร้อยปี สิ่งที่สามารถใช้งานได้จริงจนถึงทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็น หุ่นยนต์ อุปกรณ์การบิน หรือแม้กระทั่งอาวุธสงครามน่าเสียดายที่สิ่งประดิษฐ์ของดาวินชีไม่ได้เกิดขึ้นจริงในยุคสมัยที่เขายังมีชีวิต (เพราะเครื่องมือและเทคโนโลยีในสมัยนั้นคงไม่เพียงพอที่จะทำได้สำเร็จ) มิเช่นนั้นโลกเราน่าจะมีเทคโนโลยีที่ก้าวไกลกว่าปัจจุบันเสียอีกอย่างไรก็ตาม การค้นพบบันทึกในทศวรรษ 1950ทำให้สิ่งประดิษฐ์หลายอย่างได้ถูกนำมาสร้างและพบว่าสามารถทำงานได้จริงตามที่บันทึกไว้ เช่น อัศวินหุ่นยนต์ รถขับเคลื่อนด้วยตัวเอง เครื่องร่อน และร่มชูชีพ ต่อมาได้นำมาจัดแสดงไว้ตามพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง

  • นอกจากความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ดาวินชียังเป็นศิลปินเอกผู้มีผลงานชั้นยอดมากมาย ผลงานทางด้านศิลปะของเขาที่อยู่ตามประเทศต่างๆ ดึงดูดให้คนทั่วโลกไปเยี่ยมชมจนถึงทุกวันนี้ พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงภาพวาดของดาวินชีทั่วโลกกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอยู่ใน check-in list ที่นักท่องเที่ยวต้องไปเยี่ยมเยือน ไม่ว่าจะเป็นที่ฝรั่งเศส อิตาลี สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เยอรมนี โปแลนด์ และรัสเซีย

  • ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภาพวาดผลงานชิ้นเอก ‘โมนาลิซา’ กับรอยยิ้มอันลึกลับนั้นเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกคาดหวังจะได้มาเห็นของจริงด้วยสายตาตัวเองสักครั้งหนึ่งในชีวิต ภาพวาดนี้ได้นำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ Louvre กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นที่ยอมรับกันในวงการศิลปะว่าภาพนี้เป็นภาพเหมือนที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดบทกวี รูปปั้น และปรากฏในโฆษณาต่างๆ นับครั้งไม่ถ้วน อย่างไรก็ตาม นับเป็นเวลากว่า 500 ปีแล้วกับปริศนาต่างๆ ที่ผู้คนสงสัยเกี่ยวกับที่มาที่ไปของภาพนี้ ซึ่งยังคงไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าแท้ที่จริงแล้ว บุคคลในภาพเป็นใครกันแน่?

  • นวนิยายก้องโลก ‘The Da Vinci Code’ มีชื่อภาษาไทยว่า รหัสลับดาวินชี เขียนโดย Dan Brown ขายไปแล้วกว่า 250 ล้านเล่มทั่วโลก มีฉบับแปล 56 ภาษา (พฤศจิกายน 2561) ติดอันดับหนังสือ Best Seller มาถึงปัจจุบัน มีเนื้อหาเชื่อมโยงระหว่างดาวินชีและพล็อตคือการค้นพบเหยื่อฆาตกรรมในพิพิธภัณฑ์ Louvre โดยร่างเหยื่อถูกจัดวางในลักษณะคล้ายคลึงกับภาพวิทรูเวียนแมน นอกจากนี้ในเรื่องยังกล่าวถึงภาพ ‘โมนาลิซา’ และภาพพระกระยาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper) ถัดมาอีกเรื่องคือ ‘เทวากับซาตาน’ (Angels & Demons) ก็ยังคงเอกลักษณ์ของการดำเนินเรื่อง โดยกล่าวถึงการไขปริศนาลึกลับที่แฝงอยู่ในสัญลักษณ์ของงานศิลปะชิ้นต่างๆ ในกรุงโรม คนที่ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังคิดว่านี่เป็นภาคต่อของ The Da Vinci Code

  • ปรากฏการณ์ ‘Da Vinci Code Trip’ เกิดขึ้นเมื่อคนทั่วโลกเกาะกระแสการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยหนังสือและภาพยนตร์อย่างล้นหลามเพื่อไขข้อข้องใจเกี่ยวกับปริศนาต่างๆ ที่พระเอกของเรื่องเดินทางไป นับตั้งแต่ทริปการเดินทางท่องเที่ยวแบบ 5 คืนไปจนถึง 2 สัปดาห์ในราคาหลักแสน มีการจัดหานักวิชาการ ผู้ทรงความรู้ทางประวัติศาสตร์ศาสนา หรือแม้แต่บาทหลวงมาทำหน้าที่ผู้นำเที่ยว

  • หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง The Da Vinci Code ออกฉายในวันที่ 18พฤษภาคม 2548 ก็ส่งผลให้การท่องเที่ยวในประเทศฝรั่งเศสคึกคักมากยิ่งขึ้น พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าประเทศฝรั่งเศสระหว่างปี 2548-2550 มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นในอัตราร้อยละ 4 ต่อปี (Euromonitor, 2019)

  • นอกจากงานศิลปะและภาพยนตร์แล้ว ดาวินชียังมีอิทธิพลในการสร้างสรรค์งานในแวดวงด้านความบันเทิงอื่นๆ ด้วย ซึ่งช่วงหนึ่งหลายๆ คนคงจะเคยเห็น Epic Rap Battles of History (ERB) ทางช่อง YouTube ที่มีการนำบุคคลที่มีชื่อเสียงต่างๆ ในประวัติศาสตร์ มาสวมบทบาทและแร็ปปะทะกัน เช่น คานธี ปะทะ มาร์ติน ลูเธอร์คิง หรือ สตีฟ จอบส์ ปะทะ บิลล์ เกตส์ ซึ่งมีคนตามดูคลิปหลายล้านคนทั่วโลก เพราะความเข้มข้นของเนื้อเพลงที่มีการเสียดสีและตลกขบขัน แถมแร็ปเปอร์เองก็ลงทุนสวมบทบาทของบุคคลนั้นๆ ทั้งแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม แน่นอนต้องมี ลีโอนาร์โด ดาวินชี ที่มาร้องแร็ปชนกับเต่านินจาที่ถูกตั้งชื่อเดียวกันคือ ลีโอนาร์โด นั่นเอง

  • ดาวินชีคือแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เกมชื่อดังต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ‘Da Vinci Diamonds’ แม้จะไม่เคยคิดประดิษฐ์ Slot Machine มาก่อน แต่ชื่อเสียงของเขาก็กลายเป็นดาวเด่นของหนึ่งในเกมกาสิโนที่คนเล่นมากที่สุดตลอดกาล โดยภาพที่เป็นสัญลักษณ์ของเกมนี้คือภาพอัญมณีและภาพของโมนาลิซา เรียกได้ว่าแม้แต่กาสิโนออนไลน์ก็ยังได้รับอิทธิพลจากเขา ในขณะที่เกมวางแผนอย่าง Civilisation โดยภารกิจหลักของผู้เล่นคือการขยายอาณาเขต ศึกษาเทคโนโลยีใหม่ และสร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้โลกได้จารึก ผู้นำที่พาประเทศของตนให้ก้าวหน้าที่สุดจะได้บันทึกชื่อตัวเองทิ้งไว้ในประวัติศาสตร์ และชื่อของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี ในเกมดังกล่าว ก็ได้รับการยกย่องจากคอเกมว่ามีผลงานที่มีประโยชน์มากที่สุดในกลุ่มของ World Wonders ในเกม ทั้งยังเป็นตัวละครหลักที่จะปรากฏตัวมาช่วยแนะนำ ให้ความรู้แก่ผู้เล่นเพื่อที่จะได้เป็นผู้ชนะและครองโลกใบนี้

  • หนังสือการ์ตูนอย่าง Marvel Series ‘S.H.I.E.L.D.’ เล่มพิเศษ ยังนำดาวินชีมาปรากฏในฐานะผู้นำของกลุ่มภราดรภาพแห่ง S.H.I.E.L.D. โดยย้อนไปว่าองค์กรนี้ตั้งขึ้นมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยเขายังมีชีวิต ในตอนหนึ่งของการ์ตูนยังทำให้เห็นว่าเขาสามารถใช้เครื่องร่อนที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมาบินอยู่ในอากาศได้อีกด้วย

  • ‘Leonardo Da Vinci – 500 Years Of Genius’ นิทรรศการเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ของดาวินชี ณ ย่านกาซี กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 ถึง 31 มีนาคม 2562 ซึ่งให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมเพื่อค้นหาตัวตนอันลึกลับและดื่มด่ำไปกับผลงานของศิลปินและนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ ณ อาคารอันเป็นสัญลักษณ์กลางกรุงเอเธนส์ ได้กลายเป็นสถานที่จัดงานนิทรรศการที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบที่สุด โดยเป็นการนำเสนอผลงานชิ้นสำคัญๆ ของศิลปินผู้ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะ เพราะไม่ใช่แค่เพียงจัดแสดงงานศิลปะเท่านั้น แต่งานประดิษฐ์ที่ถูกรังสรรค์ในสมัยเรเนซองส์ก็ถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ นักท่องเที่ยวจะได้โลดแล่นสู่อดีตกาลอันเต็มไปด้วยความรู้ จินตนาการ และความสนุกสนาน ผู้เข้าร่วมงานนี้จะค้นพบความลับของ ‘Mona Lisa’ ที่ถูกเปิดเผยเป็นครั้งแรกโดย Pascal Cotte และสถาบันเทคโนโลยี Lumiere ได้ใช้วิธีที่เรียกว่า Layer Amplification Method ฉายแสงที่มีอนุภาคและคลื่นความเข้มแสงสูงให้สะท้อนไปยังภาพหลายๆ ครั้ง พร้อมกับการใช้กล้องถ่ายวัดค่าการสะท้อนของแสงออกมา จนได้โครงร่างของภาพวาดแต่ละชั้นที่ซ่อนอยู่ภายใน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงแบบจำลองของสิ่งประดิษฐ์เลียนแบบธรรมชาติและกลายเป็นพื้นฐานของสิ่งประดิษฐ์ในปัจจุบันนี้หลายชิ้น เช่น เฮลิคอปเตอร์ เรือท้องแบน เรือดำน้ำ เครื่องแต่งกายมนุษย์กบ และปืนกล เป็นต้น รหัสลับมากมายที่ซุกซ่อนในงานศิลปะ และสัญลักษณ์ต่างๆ ถึง 75 ชิ้น รวมถึงผลงานสำคัญๆ อีกกว่า 200 รายการที่ได้รับความร่วมมือจากพิพิธภัณฑ์ Leonardo da Vinci แห่งกรุงโรม มาร่วมแสดงในงานนี้อีกด้วย

ในวาระครบรอบการจากไปกว่า 500 ปี ของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี ซึ่งถือว่าเป็น Renaissance Man (คนของโลก หรือแปลตรงตัวก็คือ มนุษย์สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา) เรียกได้ว่ามีอิทธิพลอย่างมากต่อผู้คนตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ แม้ผู้ที่ไม่มีความสนใจในงานศิลปะแม้แต่น้อย ก็ยังรู้จักและคุ้นเคยกับชื่อนี้ พร้อมๆ กับที่คนทั่วโลกต่างรู้จักและสนใจในภาพ ‘โมนาลิซา’ จนคาดว่าเป็นภาพวาดที่โด่งดังที่สุดตลอดกาล แต่ไม่ใช่แค่เพียงในวงการงานศิลป์เท่านั้น ชื่อและผลงานที่ดาวินชีเคยสร้างสรรค์ไว้ ก็ถูกนำมากล่าวถึงในแวดวงอื่นอย่างไม่น่าจะเป็นอีกด้วย เพราะฉะนั้นไม่ใช่สิ่งที่เกินความจริงเลย ถ้าจะบอกว่า ‘ลีโอนาร์โด ดาวินชี’ เป็นมากกว่า ‘ศิลปิน’ ด้วยผลงานโดดเด่นทั้งงานศิลปะ และงานประดิษฐ์อันเต็มไปด้วยจินตนาการที่ก้าวล้ำ