นิธี สีแพร

 

คงจะไม่ช้าเกินไปที่จะพูดถึง เรื่อง Squid Game เล่นลุ้นตาย ภาพยนตร์ซีรีส์จากแดนกิมจิ ที่นำเสนอเรื่องราวของผู้ถูกเลือกจำนวน 456 คน เข้าร่วมเล่นเกมแข่งขัน ชิงเงินรางวัล 45,600 ล้านวอน  ซึ่งแต่ละเกมล้วนมีที่มาจากการละเล่นของเด็กเกาหลีใต้  ด้วยกฎ กติกา ที่ดูเหมือนง่าย ๆ แต่ผู้เล่นต้องใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน ใครไม่ผ่าน หรือแพ้ ต้องตายสถานเดียว  ใครชนะผ่านเข้ารอบต่อไป เล่นครบ 6 เกม และสามารถรักษาชีวิตรอดเป็นคนสุดท้ายไว้ได้ จะได้รับเงินรางวัลกลับบ้าน

นอกเหนือจากเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ ปมที่ผูกไว้อย่างตื่นเต้นสุดระทึก และการแสดงที่สมจริงสมจังได้อารมณ์ของนักแสดงแต่ละคนแล้ว สิ่งที่ทำให้ซีรีส์ที่นำเสนอเรื่องราวของการแข่งขันเกมสุดหฤโหดนี้ กลายเป็นกระแสทอล์ค ออฟ เดอะทาวน์ จนมีผู้เอาบางช่วงบางตอนมาล้อเลียน ตัดต่อทำมีมกันอย่างแพร่หลาย ใน YouTube TikTok Facebook และ Social Media อื่น ๆ คือการนำไปเปรียบเทียบ เปรียบเปรย วิเคราะห์เชื่อมโยงกับประเด็นทางสังคม สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงในปัจจุบันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น 

  • การดำเนินชีวิตแบบไม่ระมัดระวังทำให้ประสบปัญหาทางด้านการเงินในที่สุด รวมถึงการไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ  
  • ความกังวลกับการเลียนแบบความรุนแรงในเรื่อง
  • ชุดที่ตัวละครใส่ และนัยยะที่แฝงอยู่
  • ผู้อยู่เบื้องหลังที่มีอำนาจเหนือกว่าผู้ควบคุมเกมและผู้คุม
  • ตัวตนของมนุษย์ที่ถูกลดทอนในระบบทุนนิยม
  • วิธีการทำขนม DALGONA ขนมพื้นเมืองเกาหลี

       ฯลฯ

คือ มีข้อคิดที่น่าสนใจแฝงอยู่มากมาย นั่นเอง

 

ถอดรหัสจากเกมในหนัง ประยุกต์ใช้เป็นพลังสู้วิกฤติ ได้อย่างไร 

ประเด็นสำคัญที่มิอาจละเลยได้อย่างเด็ดขาด คือ เกมทั้ง 6 เกม ล้วนมีที่มาจากการละเล่นของเด็กเกาหลีใต้  แต่กลับถูกผู้ควบคุมนำมาประยุกต์ ให้กลายเป็นเกมอันตรายที่สามารถชี้ชะตาของผู้เล่นว่าจะอยู่หรือตาย เพราะหากพลาดหรือพ่ายแพ้จะถูกสังหารทันที

ซึ่งวิธีการเอาตัวรอด หรือเอาชนะคู่แข่งได้จากเกมเหล่านี้ อาจจะมีแง่มุมที่ช่วยสอนให้เราได้เรียนรู้ และนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตจริง ได้บ้างไม่มาก็น้อย จึงขอถือโอกาสแบ่งปันไอเดียที่ได้จากการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ในส่วนของเกมต่าง ๆ โดยหวังว่าจะไม่เป็นการสปอยล์หนังจนเกินไป ดังนี้ 

 

เกมที่ 1 A E I O U หยุด : เข้าใจสถานการณ์เร็วสุด อาจหลุดจากวิกฤติได้ก่อนใคร

 

 

เกมนี้มีผู้เล่น 1 คนเป็นผู้นำเกม ยืนหันหลังให้ผู้เล่นคนอื่น ๆ ผู้เล่นที่เหลือต้องยืนหลังเส้นที่ห่างจากผู้เล่นคนแรกไประยะหนึ่ง เมื่อผู้เล่นคนที่ 1 หันหลัง ผู้เล่นที่สามารถวิ่งเข้าไปแตะตัวผู้เล่นคนที่ 1 ได้เป็นคนแรกก็จะเป็นผู้ชนะ แต่เมื่อไหร่ที่ผู้เล่นคนที่ 1 ให้สัญญาณว่า A E I O U ผู้เล่นคนอื่น ๆ ต้องหยุดนิ่งทันที หากใครขยับตัวแม้แต่นิดเดียว จะถือว่าผู้เล่นคนนั้นแพ้แล้วต้องออกจากเกม 

ในซีรีส์ผู้เล่นเกมจะต้องเคลื่อนตัวไปยังเส้นชัยที่เป็นหุ่นยนต์ตุ๊กตาซึ่งมีเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวที่ลูกตา หากจบคำว่า A E I O U แล้วมีใครขยับตัวจะถูกปืนสไนเปอร์ยิงทันที คนที่จะรอดผ่านไปได้ต้องหยุดนิ่งให้ทันตามสัญญาณเท่านั้น

 

สิ่งที่เรียนรู้ 

ในช่วงเวลาที่เริ่มต้นเกม หลายคนยังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น หลายคนต้องจบชีวิตลงโดยยังไม่รู้ว่ากติกาของเกมนี้ เป็นอย่างไร ในขณะที่หลายคน เข้าใจกติกาได้อย่างรวดเร็ว จึงสามารถเอาชีวิตรอดเข้าเส้นชัยได้ในที่สุด 

ไม่ต่างจากในสภาวะปัจจุบันที่หลายคนบอกว่าเป็น VUCA World ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไว ไม่แน่นอน ซับซ้อน คลุมเครือ หากใครสามารถทำความเข้าใจได้ในเวลาที่รวดเร็ว ยิ่งมีโอกาสรอดพ้นมากที่สุด เพราะจะช่วยให้มีการปรับตัวให้พร้อมสำหรับการรับมือกับภัยคุกคาม หรือ ภาวะวิกฤติที่เกิดได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ อาจจะทำให้กลายเป็น ผู้นำ ที่ทุกคนยอมรับ ต่อไปได้

เช่นเดียวกับ ททท. ซึ่งเผชิญวิกฤตการณ์มาแล้วหลายครั้งและได้พยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ ให้เร็วที่สุด โดยกำหนดเป็นฉากทัศน์ (Scenario) ต่าง ๆ และได้พยายามชี้นำให้ผู้ประกอบการรับทราบ และหาแนวทางที่จะผ่านพ้นไปด้วยกันได้ทุกครั้ง

 

เกมที่ 2 แกะขนมน้ำตาล: เจอเรื่องที่ไม่เชี่ยวชาญ อาจต้องหาวิธีพิสดารมาช่วย

 

 

ขนม DALGONA หรือ ขนมน้ำตาล ขนมพื้นเมืองเกาหลีที่มีรสคาราเมล หวานกรอบ ทำได้ง่าย ๆ วัตถุดิบหลัก ประกอบด้วย น้ำตาลทราย เบกกิ้งโซดา และน้ำมัน เคี่ยวรวมกันโดยใช้ไฟอ่อน ๆ พอขนมฟูจนได้ที่แล้ว เทลงบนถาดที่เตรียมไว้ รอสักนิดแล้วค่อยใช้ก้นถ้วยกดให้เป็นรอย แต่หากรีบกดทันที อาจจะทำให้ขนมจะเหนียวติดก้นถ้วยขึ้นมา 

ขนมนี้ถูกนำมาใช้ในซีรีส์ โดยมีรอยปั้มเป็นรูปทรงต่าง ๆ ไว้ ให้ผู้เล่นแต่ละคนเลือกแผ่นที่มีรอยปั๊มเป็นรูปทรงที่ชอบ แล้วต้องพยายามแกะขนมตามรูปทรงที่เลือก โดยมีอุปกรณ์คือเข็มเย็บผ้า 1 เล่ม ถ้าใครทำแผ่นน้ำตาลแตก หรือเสร็จไม่ทันเวลา ต้องโดนกำจัด

 

สิ่งที่เรียนรู้

บางสิ่งที่ดูธรรมดา หรือ เป็นเรื่องง่าย ๆ หากเราไม่เคยใส่ใจมาก่อนอาจจะกลายเป็นยาก และอาจต้องใช้วิธีคิดนอกกรอบเข้ามาประยุกต์ก็ได้ เช่นเดียวกับตัวเอกของเรื่องที่ผ่านไปได้ด้วยเทคนิคการใช้ลิ้นเลียให้น้ำตาลละลาย เพื่อจะช่วยให้สามารถแกะรูปทรงที่ต้องการออกมาได้ง่ายขึ้น นั่นเอง

ในสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งนี้ก็เช่นกัน ที่ ททท. ถึงแม้จะเป็นที่ไม่มีความรู้ความชำนาญ แต่ก็มิได้มองข้ามแม้ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยพยายามหาแนวร่วมพันธมิตรใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพ มาช่วย เสมอ ๆ อาทิ การแก้ปัญหาการควบคุมจำนวนคนและจองคิวเข้าอุทยานโดยใช้แอพพลิเคชั่น เช่น Que Que รวมถึงการจัดการการจองสถานที่กักตัวทางเลือก (Happy Quarantine) โดยใช้สตาร์ทอัพ เช่น Locanation เป็นต้น 

 

เกมที่ 3 ชักเย่อ : ใช้แต่ Power ไม่ใช้สมอง ไม่ชนะการประลองเสมอไป

 

 

กติกาของเกมนี้คือแบ่งคนเป็น 2 ทีม จับเชือกทีมละข้าง มีเส้นแบ่งเขตตรงกลาง เมื่อให้สัญญาณ แต่ละข้างต้องออกแรงดึงเชือกเพื่อดึงอีกฝ่ายให้เลยเส้นที่กำหนด ซึ่งโดยปกติ ผู้เล่นแต่จะฝ่ายจะพยายามเอาชนะด้วยการออกแรงอย่างพร้อมเพรียงกันให้มากที่สุด

แต่เกมในซีรีส์ได้ออกแบบให้ผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่ายขึ้นไปเล่นกันบนแท่นที่มีความสูง โดยเว้นช่องว่างตรงกลางไว้ หากสามารถดึงให้อีกฝ่ายให้ตกลงไปให้ได้ จะเป็นผู้ชนะ ส่วนทีมที่พลาดตกลงนั้นไม่อาจรอดชีวิตได้อย่างแน่นอน แต่ละทีมจึงพยายามเลือกคนที่แข็งแรงมาเข้าอยู่ในทีม แต่ทีมมีสมาชิกบางส่วนเป็นผู้สูงอายุและสตรี กลับได้รับชัยชนะ และรอดชีวิต

 

สิ่งที่เรียนรู้

แม้จะเสียเปรียบจากการมีสมาชิกส่วนหนึ่งของทีมเป็นผู้สูงอายุและสตรี แต่ทีมที่ชนะกลับพลิกเกมและรอดพ้นไปได้เพราะมีการวางกลยุทธ์ การออกแรง ท่ายืน การก้าวเดิน การผ่อนแรง ให้ถูกจังหวะ จนสามารถเสริมแรงให้มากขึ้นกว่าฝ่ายตรงข้าม จนสามารถพลิกสถานการณ์ให้มาเป็นฝ่ายได้เปรียบและรับชัยนะได้ในที่สุด

จึงเป็นการยืนยันว่า ในบางสถานการณ์ที่ตกเป็นรอง เราอาจต้องรอจังหวะที่เหมาะสม และเมื่อมีความพร้อม จึงค่อยทุ่มทรัพยากร ให้เต็มที่เพื่อกลับมาได้เปรียบอีกครั้ง สอดคล้องกับการใช้งบประมาณของ ททท. ในช่วงที่ผ่านมาซึ่งไม่เอื้ออำนวยให้มีการเดินทางท่องเที่ยว โดยได้ลด หรือ ชะลอการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายหลายกิจกรรม แต่กลับเน้นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ การจดจำที่ดี หรือ การสร้าง Top of mind ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย แทน เป็นต้น และพอถึงช่วงที่มีการเปิดประเทศ ทีมงานด้านตลาด สินค้า ประชาสัมพันธ์ ต่างระดมสรรพกำลังอย่างพร้อมเพียงกัน เพื่อเร่งกระตุ้นการตลาดอย่างเต็มกว่าที่เคย ทำให้มีโอกาสที่ช่วยพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคักกว่าคู่แข่งอื่น ๆ

 

เกมที่ 4 ลูกแก้ว : แพรวพราว ไม่เจ้าเล่ห์ คือ ความเท่ของการต่อรอง

 

 

วิธีการเล่นลูกแก้วในซีรีส์กำหนดให้ผู้เล่นแต่ละคนได้ลูกแก้วจำนวนเท่า ๆ กัน ผู้เล่นแต่ละคนต้องทำอย่างไรก็ได้ที่จะได้ลูกแก้วของฝ่ายตรงข้ามมาครอบครองโดยห้ามใช้ความรุนแรง ซึ่งในช่วงนี้ จะได้เห็นธาตุแท้ของแต่ละคน ในการพยายามชิงไหวพริบ ต่อรองหาวิธีการที่ได้เปรียบ เพื่อให้ตัวเองรอดพ้นจากการเป็นผู้แพ้และไม่ต้องพบกับความตาย 

 

สิ่งที่เรียนรู้

ในระหว่างการต่อรอง บางครั้งข้อเสนอที่ดูดีเกินไป อาจจะไม่ใช่ข้อเสนอที่ดีที่สุดก็ได้ เช่นเดียวกับการต่อรองที่เอาเปรียบคู่ต่อสู้จนเกินไปอาจจะเหมาะกับบางสถานการณ์เท่านั้น ในขณะเดียวกัน ความเห็นอกเห็นใจ ความพอดี และความผูกพันระยะยาว อาจจะเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญกว่า และนำมาซึ่งการต่อรองแบบ Win-Win Situation หรือชนะทั้งคู่ ก็ได้

 

เกมที่ 5 สะพานกระจก : งานจะขึ้นหรือตก ต้องหยิบยก การลดความเสี่ยง

 

 

 

เกมนี้คล้ายการเดินบนก้อนหิน หรือแผ่นกระดาน เพื่อฝึกการทรงตัว สร้าง Body Balance และความสามารถในการเคลื่อนไหว ในเกมได้กำหนดให้ผู้เล่นเดินข้ามสะพานที่ปูด้วยกระจกที่ไม่เหมือนกัน 2 ชนิด คือ เป็นกระจกนิรภัย มีความทนทานรองรับน้ำหนักได้ ส่วนอีกชนิดเป็นกระจกธรรมดาที่แตกง่ายไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้ ผู้เล่นต้องเลือกเดินให้ถูกไม่เช่นนั้นจะตกลงไปตายอย่างแน่นอน แต่หากเดินข้ามไปไม่ทันในเวลาที่กำหนด กระจกก็จะระเบิดแตกหมด ทำให้ตกกันไปทุกคนอยู่ดี

ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติ แต่ละก้าวย่างล้วนมีความเสี่ยง บวกกับเวลาที่จำกัดเช่นนี้ คงยากที่จะรู้ว่ากระจกบานไหนเป็นกระจกนิรภัยหรือกระจกธรรมดา หากไม่บังเอิญมีผู้เล่นคนนึงที่เชี่ยวชาญมาแยกแยะ

 

สิ่งที่เรียนรู้

ในการทำภารกิจบางอย่างที่มีความเสี่ยงสูง มีโอกาสที่จะล้มเหลว อาจจะมีการบริหารความเสี่ยงในหลาย ๆ รูปแบบ เช่น การเตรียมแผนสำรอง การดึงผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ มาร่วมทีม การจำกัดขนาด การจำกัดพื้นที่โครงการ การกำหนดมาตรการรองรับในด้านต่าง ๆ การยอมรับความเสี่ยงในบางเรื่อง เพื่อป้องกันในบางเรื่อง รวมถึงการถอดบทเรียน เมื่อจบภารกิจ ซึ่งแม้จะล้มเหลว อาจจะทำให้เราประสบความสำเร็จ ในครั้งต่อไป

 

เกมที่ 6 ปลาหมึก : กลเม็ดเผด็จศึก ถึงต้องผนึกสรรพกำลัง 

 

 

 

เกมมีเส้นเขตแดนรูปร่างเหมือนปลาหมึก แบ่งผู้เล่นออกเป็นทีมรุกกับทีมรับ ทีมรุกมีเป้าหมายต้องกระโดดขาเดียวฝ่าทีมรับเข้าไปยังส่วนหัวของปลาหมึก ในทางกลับกัน ทีมรับก็ต้องคอยผลักให้ทีมรุกหลุดออกจากพื้นที่ปลาหมึก เพื่อจะเป็นฝ่ายชนะ

 

สิ่งที่เรียนรู้ 

เกมนี้ ดู ๆ ไป เหมือนมีส่วนผสมระหว่าง ตั้งเต ตี่จับ และเตย ซึ่งจะมีการแบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายบุกและฝ่ายป้องกันเช่นกัน ผู้เล่นจึงต้องมีการผสมผสานทักษะ ความสามารถในหลาย ๆ ด้าน อาทิ การเคลื่อนที่ การใช้กำลังแขน ความว่องไว สายตา การใช้ไหวพริบ หลอกล่อคู่ต่อสู้ 

ไม่ต่างจากการทำงานแก้ปัญหาที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ผู้รับผิดชอบที่มีความสามารถจะต้องรู้จักหาวิธีการ และเครื่องมือที่หลากหลาย รวมถึงจะต้องมีความสามารถในการผสมผสาน วิธีการ บุคลากรและเครื่องมือ และทรัพยากรหลาย ๆ อย่างให้เกิดความลงตัว เป็นหนึ่งเดียว เพื่อดึงเอาประสิทธิภาพสูงสุดออกมาใช้ให้ได้ การขับเคลื่อนภารกิจจึงจะประสบความสำเร็จได้ในที่สุด

จะเห็นได้ว่าในชีวิตจริงเราอาจกำลังเจอบททดสอบด้วยเกม หรือด่านต่าง ๆ อยู่ก็ได้ ดังนั้นเราจึงควรมีความพร้อมที่จะรับมือ เพื่อจะผ่านไปให้ได้ เพื่อสิ่งที่ดีกว่าต่อไป ใครที่มีความรู้สึก ความเห็นที่แตกต่างออกไป ลองแลกเปลี่ยนกันดูก็ได้นะ ส่วนคนที่ยังไม่ได้ดู ก็ไม่ควรพลาดนะครับ ดูหนังให้สนุกนะครับ

 

ข้อมูลอ้างอิง