Over the past 10 years, there was a higher average growth in the number of tourists from Asia, Africa, and Latin America. It can be said that these emerging markets have pushed for real growth in world tourism. TAT has formulated the strategy to expand its marketing into emerging markets with the potential in the promotion of travel in terms of the first visit. The Project to Study Tourism in Emerging Markets: Brazil has been conducted to study up-to-date in-depth marketing data, and understand the behaviour and desire of the target groups.

 

โดย กองวิจัยการตลาดการท่องเที่ยว

 

ก่อนเกิดวิกฤตโรคระบาด COVID-19 การท่องเที่ยวระหว่างประเทศมีการเติบโตขึ้นทุกปี แต่ในการเติบโตนั้น มีความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระยะไม่เกิน 10 ปีที่ผ่านมา แต่ก่อนนั้นนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศส่วนใหญ่เดินทางมาจากประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วในยุโรปและอเมริกา

แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเดินทางของนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (Emerging Markets) ในภูมิภาคเอเชีย แอฟริกาและลาตินอเมริกา มีการเติบโตที่สูงกว่าเฉลี่ยซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการขยายตัวของชนชั้นกลาง จนอาจกล่าวได้ว่าประเทศเกิดใหม่เหล่านี้เป็นผู้ผลักดันให้การท่องเที่ยวโลกเติบโตขึ้นอย่างแท้จริง

ด้วยเหตุนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงกำหนดยุทธศาสตร์ขยายพื้นที่ไปยังตลาดเกิดใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตของการเดินทางและการใช้จ่ายสูง โดยตลาดเหล่านี้มีศักยภาพในการส่งเสริมการเดินทางครั้งแรกแบบ First visit โดยในปี 2562 กองวิจัยการตลาดการท่องเที่ยว ททท. จัดทำโครงการศึกษาตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศกลุ่มประเทศเกิดใหม่ : บราซิล เพื่อศึกษาข้อมูลการตลาดเชิงลึกในลักษณะ In-market ที่มีความทันสมัย เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

 


1. นักท่องเที่ยวระดับกลางบนชาวบราซิล :

สนุกสนาน เฮฮา ทันสมัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

 

นักท่องเที่ยวกลุ่มระดับกลางบนชาวบราซิล ส่วนใหญ่รายได้ระหว่าง 3,400-5,279 เหรียญสหรัฐต่อเดือน (ร้อยละ 46.18) เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศไม่บ่อยครั้งเมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวระดับกลางบนจากตลาดอื่น โดยส่วนใหญ่จะเดินทางประมาณ 1-2 ครั้งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ร้อยละ 41.95) แต่อย่างไรก็ดี ร้อยละ 28.03 มีการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศปีละครั้งหรือมากกว่า

ส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 45 ปี (ร้อยละ 71.81) มีสัดส่วนเพศหญิงใกล้เคียงกับเพศชาย (ร้อยละ 50.99 และร้อยละ 49.01) ทำงานที่ต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพเฉพาะทาง เช่น วิศวกร ทนาย หรือแพทย์ (ร้อยละ 42.52) หรือทำงานระดับบริหารในหน่วยงานเอกชน (ร้อยละ 23.62)

นักท่องเที่ยวระดับกลางบนชาวบราซิลมีลักษณะรักความสนุกสนานชอบการเข้าสังคมและงานรื่นเริง ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญอย่างมากกับภาพลักษณ์ของตนผ่านรูปแบบการใช้ชีวิตที่ทันสมัย นอกจากนี้ยังเป็นผู้ที่ให้ความสนใจต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม และมีทัศนคติเชิงบวกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

ขนาดตลาดของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีจำนวน 12.19 ล้านคน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศบราซิล ได้แก่ เซาเปาลู, รีโอเดจาเนโร และ เบโลโอรีซอนชี

 

2. พฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยว :

Budget Conscious Independent Travelers

 

ประเทศที่นักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายนิยมเดินทางส่วนใหญ่ยังคงเป็นประเทศที่อยู่ใกล้เคียง อย่างเช่น อาร์เจนตินา (ร้อยละ 21.66) ชิลี (ร้อยละ 7.52) และในการท่องเที่ยวแต่ละครั้งก็มีการใช้จ่ายอย่างประหยัด สะท้อนผ่านการเลือกเดินทางกับสายการบินเนื่องจากราคา และเลือกที่พักประเภทโรงแรมทั่วไปในทำเลที่สะดวกต่อการเดินทางเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยังคงให้ความสำคัญกับการเดินทาง โดยมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการท่องเที่ยวเฉลี่ยร้อยละ 12.04 ของรายได้ส่วนตัวในแต่ละปี

นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้นิยมเลือกจัดการเดินทางด้วยตนเองมากกว่าเดินทางไปกับบริษัททัวร์ และมักจะเลือกการจองทริปผ่านบริษัททัวร์ออนไลน์มากที่สุด โดยเป็นการจองทั้งตั๋วเครื่องบินและโรงแรมที่พัก

นอกจากแหล่งท่องเที่ยวภายในภูมิภาคแล้ว จุดหมายระยะไกล เช่นสหรัฐอเมริกา (ร้อยละ 17.43) และยุโรป เช่น โปรตุเกส (ร้อยละ 6.72) อิตาลี (ร้อยละ 4.74) ก็เป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน

 

ประเทศในภูมิภาคเอเชียที่ได้รับความนิยมและภาพลักษณ์ที่โดดเด่นของแต่ละที่ ได้แก่

  • ญี่ปุ่น (ร้อยละ 1.27) มีภาพลักษณ์ที่ดีในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการชอปปิง และวิถีชีวิตท้องถิ่น
  • จีน (ร้อยละ 0.33) มีความน่าสนใจในมิติทางวัฒนธรรมและการชอปปิง
  • อินเดีย (ร้อยละ 0.20) โดดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

 

3. พฤติกรรมที่น่าสนใจในการหาข้อมูลท่องเที่ยว :

OTA เป็นแหล่งข้อมูลหลัก

 

ในกระบวนการหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจเดินทางนั้น นักท่องเที่ยวกลุ่มระดับกลางบนชาวบราซิลจะพึ่งพาแหล่งข้อมูลออนไลน์เป็นหลัก โดยเฉพาะข้อมูลจากเว็บไซต์ (ร้อยละ 54.11) และบริษัททัวร์ออนไลน์ (ร้อยละ 27.19) อย่างไรก็ตาม กลุ่มเป้าหมายนี้ยังคงใช้บริการข้อมูลจากบริษัททัวร์เพื่อตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวอยู่ไม่น้อย (ร้อยละ 27.35)

สำหรับข้อมูลจากช่องทางออนไลน์ เป็นที่น่าสังเกตว่า ‘เว็บไซต์’ ที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ระบุถึงส่วนใหญ่ก็ยังเป็นเว็บไซต์ของบริษัททัวร์ออนไลน์ หรือ OTA (Online Travel Agency) อาทิ Decolar Tripadvisor และ Booking.com นอกจากนี้ ‘แอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือ’ ที่ถูกระบุถึงส่วนใหญ่ก็เป็นของ OTA ด้วยเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าข้อมูลที่นักท่องเที่ยวใช้ในการตัดสินใจส่วนใหญ่เป็นข้อมูลจาก OTA ผ่านช่องทางสื่อสารที่หลากหลาย

สำหรับสื่อที่สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดความต้องการเดินทางท่องเที่ยว ข้อมูลจากการสนทนากลุ่มพบว่าหลายรายได้รับแรงบันดาลใจจากรายการโทรทัศน์ โดยมีผู้แนะนำรายการท่องเที่ยวที่น่าสนใจชื่อ ‘Pedro Pelo Mundo’ ‘The World from Above’ และ ‘Globo Reporter’ รวมทั้งเว็บไซต์ และ Blogger/Online Influencer เช่น ‘Viaje na Viajem’ ‘Mariana Goldfarb’ และ ‘Alvaro Garnero’

 

4. ปัจจัยสำคัญในการเลือกจุดหมายท่องเที่ยว :

แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่โดดเด่น

 

ความน่าสนใจของแหล่งท่องเที่ยว และเอกลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นสิ่งดึงดูดที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกจุดหมายท่องเที่ยว (ร้อยละ 41.24 และร้อยละ 36.71 ตามลำดับ) ทั้งนี้ แม้ว่าบราซิลเป็นที่ตั้งของป่าแอมะซอนผืนป่าดิบชื้นที่ใหญ่ที่สุดของโลก แต่ก็ยังสนใจท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่มีความแตกต่างในต่างประเทศด้วยเช่นกัน

กิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ได้แก่ การชมสถานที่สำคัญ/วิวทิวทัศน์ (ร้อยละ 57.45) และการชอปปิง (ร้อยละ 46.76)

สำหรับการชอปปิง สินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ เสื้อผ้า (ร้อยละ 79.25) อาหาร/ขนม (ร้อยละ 58.55) และเครื่องสำอาง (ร้อยละ 45.97)

นักท่องเที่ยวชาวบราซิลบางส่วน (ร้อยละ 26.67) ยังคงกังวลกับความปลอดภัย แต่เป็นความวิตกที่เกิดจากความไม่รู้ หรือความเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว เช่น ความไม่สะดวกในการเดินทางหรือความไม่ถูกสุขลักษณะของอาหารการกิน เป็นต้น

 

5. ศักยภาพของประเทศไทยสำหรับตลาดนักท่องเที่ยวบราซิล

Once in a Lifetime Romantic Destination

 

เนื่องจากประเทศไทยมัทำเลที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากบราซิลอย่างมาก ทำให้มีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ที่เคยเดินทางมาประเทศไทยแล้วมีไม่มากนักประเทศไทยจึงมีลักษณะเป็น ‘จุดหมายท่องเที่ยวที่ต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิต Once in a Lifetime’ โดยนักท่องเที่ยวระดับกลางบนชาวบราซิลร้อยละ 38.52 กล่าวว่าสนใจจะเดินทางมาประเทศไทยในอนาคตหรือประมาณการเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย 4.69 ล้านคน

ภาพลักษณ์ที่โดดเด่นของประเทศไทยในทัศนะของนักท่องเที่ยวกลุ่มระดับกลางบนชาวบราซิล คือ แหล่งท่องเที่ยวทางทะเล แต่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ก็ยังนึกถึงประเทศไทยในมิติอื่นๆ ด้วย ที่สำคัญได้แก่ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม กิจกรรมสปาเพื่อสุขภาพ และการเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการฮันนีมูนหรือฉลองครบรอบแต่งงาน เหตุผลหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวบราซิลกลุ่มนี้สนใจที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย ยังคงเป็นเพื่อการพักผ่อนแบบ Leisure ทั่วไป ได้แก่

  • ทะเลและชายหาดที่สวยงาม (ร้อยละ 53.86)
  • อาหารและผลไม้ไทย (ร้อยละ 42.77)
  • แหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ (ร้อยละ 41.00)

โดยมีกิจกรรมกลุ่มความสนใจเฉพาะที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวบราซิลกลุ่มที่สนใจประเทศไทยนี้ตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายท่องเที่ยวในอนาคต ได้แก่

  • กิจกรรมสำหรับโอกาสพิเศษ ‘ฮันนีมูน/ฉลองครบรอบแต่งงาน’ (ร้อยละ 13.47)
  • กิจกรรมที่มีชื่อเสียงเป็นเอกลักษณ์ ‘มวยไทย’ โดยเฉพาะสำหรับกลุ่ม
  • Millennial ที่ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 26-35 ปี (ร้อยละ 6.79) และกลุ่ม
  • Working Adult ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 39-45 ปี (ร้อยละ 5.97)

 

โอกาสการตลาดที่เพิ่มขึ้นจากความสนใจกิจกรรมฮันนีมูน/ฉลองครบรอบแต่งงานของกลุ่มเป้าหมาย พัฒนาสู่สินค้าท่องเที่ยวที่นำเสนอประสบการณ์ โรแมนติกผ่านธรรมชาติและวิถีชีวิตที่แตกต่าง สนองต่อความต้องการเชิงลึกทางจิตวิทยาที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ ผ่านรูปแบบการใช้ชีวิตที่ทันสมัย บนพื้นฐานของความสนุกสนาน มีชีวิตชีวา แต่ยังใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม ของนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายประเทศไทยจึงมีศักยภาพในการเป็น ‘Once in a Lifetime : Romantic Getaway’ สร้างประสบการณ์ล้ำค่าครั้งหนึ่งในชีวิตจากการพักผ่อนในบรรยากาศแสนโรแมนติกที่ไม่เหมือนใคร ผ่านองค์ประกอบของสินค้าท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย

 

Highlight