‘ความสูงวัย’  ไม่ได้ทำให้ความต้องการเดินทางท่องเที่ยวของมนุษย์ลดน้อยลง ถ้าสภาพร่างกายยังเอื้ออำนวย คนที่รักการเดินทางก็จะยังอยากออกเดินทางอยู่เสมอ มีการศึกษาเทรนด์ที่เรียกว่า Boomer Travel Trend เมื่อปี 2016 พบว่ามีชาวบูมเมอร์ถึง 99% ที่รอคอยการเดินทางท่องเที่ยวประจำปี โดยการเดินทางที่ว่านี้คือการเดินทางเพื่อพักผ่อน ไม่ใช่เดินทางเพื่อธุรกิจ คนกลุ่มนี้มีศักยภาพในการเดินทางท่องเที่ยว เพราะมีการเก็บออม มาแล้วชั่วชีวิต จนไม่จำเป็นต้อง ‘เขียม’ เหมือนที่เคยเป็นมาในอดีตอีกต่อไป 

 

Convenience Over Cost – สะดวกสบายมาก่อนเสมอ

ผู้สูงวัยมีทุนทรัพย์ที่จะใช้จ่ายได้มากกว่า ไม่ต้อง ‘เขียม’ เหมือนคนหนุ่มสาว

ดังนั้นเทรนด์หนึ่งที่เกิดขึ้นกับนักท่องโลกสูงวัย คือเทรนด์ Convenience Over Cost หรือนักท่องโลกเหล่านี้ต้องการ ความสะดวกสบายมากกว่าต้องคอยดูราคาค่าใช้จ่าย

คือไม่ได้ใช้จ่ายแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรหากต้องจ่ายเพิ่มเพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องยากลำบากเล็กๆ น้อยๆ รวมไปถึงความไม่สะดวกสบายต่างๆ 

ตัวอย่างที่น่าสนใจก็คือเรื่องของสายการบิน สิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือการบินแบบไดเร็กต์ ไฟลต์ หรือเที่ยวบินตรงที่ไม่ต้องต่อเครื่องที่ไหน แม้ว่าจะเป็นการบิน ที่ยาวนาน และบางทีราคาค่าตั๋วอาจสูงกว่า (เล็กน้อย) ก็ตาม 

นอกจากนี้ ถ้าเป็นผู้เลือกเวลาบินได้เอง ผู้สูงวัยส่วนใหญ่จะเลือกไฟลต์ที่ไม่ได้เช้า หรือดึกเกินไป เพื่อจะได้ไม่ต้องรีบตื่น (หรือนอนดึก) ซึ่งอาจทำให้มีปัญหา ต่างๆ ตามมาได้ เช่น ลืมของ หรือเปลี่ยนเวลาจนนอนไม่หลับ เป็นต้น

หรือเลือกที่พักประเภทโฮสเทลเพื่อให้ได้พบปะสังสรรค์กับคนอื่นๆ แต่จะเลือกห้องเดี่ยวหรือห้องที่มีห้องน้ำในตัวมากกว่ายอมแบ่งห้องกับคนแปลกหน้า ทว่าไม่ได้เลือกพักโรงแรมหรูหราห้าดาว


Self-Indulgence – สูงวัยตามใจตัวเอง

การออกท่องเที่ยวของคนสูงวัย เป็นการตามใจตัวเองให้ได้ทำในสิ่งที่เคยฝันในวัยหนุ่มสาว

การตามใจตัวเองนี้ สะท้อนมาถึงการเดินทางประเภทที่ผู้สูงวัยนิยม คือ การเดินทางที่มีการ ‘ปรนเปรอ’ ตัวเองในระดับสูง อย่างการล่องเรือสำราญ ไปจอดตามเมืองท่าต่างๆ ใครใคร่ลงไปสำรวจเมืองก็ไป ใครไม่อยากไปก็สามารถอยู่บนเรือได้แบบ สบายๆ ทั้งยังมีบริการและการแสดงต่างๆ ที่จัดหามาให้บนเรือโดยตรง อีกด้วย ผู้สูงวัยจึงรู้สึกคล้ายได้ตามใจตัวเองในขั้นสูงสุด 

นักเดินทางสูงวัยนั้น ‘แคร์โลก’ น้อยลง ซึ่งในกรณีนี้นับรวมไปถึงการให้บริการของพนักงานต่างๆ ด้วย 

ดังนั้นนักท่องโลกสูงวัย จึงเป็นกลุ่มที่เอาใจยากอยู่สักหน่อย 


Health & Mobility Issues – ยังต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

การท่องโลกของผู้สูงวัยมีมิติสุขภาพปนอยู่ด้วยเสมอ 

ผู้สูงวัยส่วนใหญ่จึงต้อง ‘เผื่อเวลา’ เอาไว้สำหรับการเดินในสนามบิน โดยเฉพาะเมื่อต้องต่อเครื่อง 

ดังนั้น สนามบินต้องใส่ใจกับบริการเพื่อผู้สูงวัยมากขึ้น เช่น รถรับส่ง ตามจุดต่างๆ ที่แม้ปัจจุบันจะมีอยู่แล้ว แต่บ่อยครั้งก็ไม่เพียงพอ ยิ่งหาก ผู้สูงวัยมีจำนวนมากขึ้น สนามบินก็ต้องใส่ใจกับเรื่องนี้มากขึ้นตามไปด้วย

ประเด็นหนึ่งที่มีการพูดคุยกันเสมอในกลุ่มนักท่องเที่ยวสูงอายุ คือการแนะนำว่าจะหลีกเลี่ยงวิธีเดินทางที่เหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียได้อย่างไร

ประเด็นเหล่านี้มีตั้งแต่คำแนะนำส่วนบุคคล เช่น ผู้สูงวัยต้องไม่หยิ่งทะนงในตัวเองมากเกินไป อย่าคิดว่าตัวเองไหวเสมอเหมือนตอนหนุ่มสาว บางครั้งการขอให้ใครบางคนช่วยพยุงขึ้นลงบันได ก็เป็นเรื่องจำเป็น หรือการแนะนำกันเองว่าควรไปพักที่ไหน โรงแรมไหนในเมืองไหน ที่อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลและบริการฉุกเฉินทางการแพทย์บ้าง


Special Dealings – ข้อเสนอสุดพิเศษกับนักท่องเที่ยววัยเก๋า

กลุ่มนักท่องโลกสูงวัยนั้น เป็นกลุ่มที่มีความพิเศษหลายอย่าง ซึ่งจะมาช่วยเติมเต็มช่องว่างในธุรกิจท่องเที่ยวเดินทางได้ไม่น้อยเลย 

ตัวอย่างเช่น นักท่องโลกสูงวัยไม่จำเป็นต้องออกเดินทางเฉพาะในวันหยุด เพราะคนเหล่านี้เกษียณแล้ว พวกเขาจึงมีเวลาในการเดินทางท่องเที่ยวมากกว่า สามารถไปในที่ต่างๆ ในช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวมีน้อยกว่า (เช่น วันกลางสัปดาห์) ค่าใช้จ่ายต่างๆ ถูกลง ไม่ว่าจะเป็นค่าโรงแรม ค่าเช่ารถ ค่าเดินทาง 

และด้วยความที่มีเวลามากกว่า นักท่องโลกสูงวัยจึงมักวางแผนการเดินทางละเอียดพิถีพิถันมากกว่านักท่องเที่ยวหนุ่มสาว รวมไปถึงการจองที่พัก และการเดินทางต่างๆ ล่วงหน้านานกว่า ซึ่งก็แปลว่าสามารถ ‘เลือก’ ในสิ่งที่ดีกว่า สบายกว่า ราคาถูกกว่าได้ด้วย 

นักท่องโลกสูงวัยใช้จ่ายเงินเฉลี่ยในแต่ละวันน้อยกว่า แต่ระยะเวลาที่ใช้จ่ายยาวนานกว่า จึงกลายเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางที่น่าสนใจอย่างยิ่งในอนาคต 


Senior Travel – เทรนด์ท่องเที่ยวสูงวัยกำลังมาแรง

หลายฝ่ายเชื่อว่า นักท่องโลกสูงวัยชาวบูมเมอร์นั้น กำลังจะกลายเป็นกลุ่มคนสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวสูงวัยจากจีน ซึ่งในปลายปี 2017 มีประชากรอายุมากกว่า 60 ปี อยู่ราว 241 ล้านคน แต่ประมาณกันว่าเมื่อถึงปี 2050 ตัวเลขนี้ จะพุ่งขึ้นไปเป็น 487 ล้านคนเลยทีเดียว

รวมทั้งจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ‘สัดส่วน’ ของนักท่องเที่ยว จากเดิมที่ตลาดนี้เคยมีคนหนุ่มสาวครอบครองอยู่ในแง่ปริมาณ กลายมาเป็นคนสูงวัยมากขึ้น

ผู้สูงวัย เมื่อมีเงิน มีเวลา และสุขภาพยังดีอยู่ ก็อยากใช้เงินซื้อประสบการณ์ในการเดินทางท่องเที่ยวให้ตัวเองด้วยเหมือนกัน ดังนั้น การบอกว่า − ต่อให้อายุร้อย, ก็ไม่น้อยความอยากเที่ยว (ถ้าสุขภาพ ร่างกายยังดีอยู่) จึงไม่น่าเป็นเรื่องที่ผิดความจริงสักเท่าไหร่

 

#TATREVIEW #SixtyisSassy #สังคมสูงอายุ #อุตสาหกรรมท่องเที่ยว

 

ติดตามเรื่องน่าสนใจอื่น ๆ ได้อีกใน

Sixty is Sassy | TAT Review Magazine Vol.6 No.1 January – March 2020 ฉบับเต็ม

โหลดอ่านกันได้เลยที่นี่ ! : https://www.tatreviewmagazine.com/e-magazine/vol-6-no-1-january-march-2020/