ต่อจาก Part 1 ที่เราพูดถึงการปรับตัวของภาคส่วนธุรกิจต่าง ๆ ภายใต้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประกอบด้วย สถานที่ท่องเที่ยว สายการบิน การเดินทางภายในประเทศและการเดินทางระหว่างประเทศ
เราจะมาดูกันต่อว่า แล้วภาคส่วนอื่น ๆ มีการรับมือและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์กันอย่างไรบ้าง

อุตสาหกรรมเรือสำราญ (Cruises)

– เริ่มเดินเรือเลือก Route ระยะทางสั้น ๆ เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่สามารถควบคุมได้

– อาหารรูปแบบบุฟเฟต์ที่ให้บริการแบบเดินหยิบ/ตักเองจะมีน้อยลงและหาได้ยากในอนาคต

– มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายทุกครั้งเมื่อเรือจะกลับออกทะเลอีกครั้ง

– Norwegian Cruise Line เปลี่ยนตัวกรองอากาศทั้งหมดภายในเรือเดินสมุทรเป็นระดับที่ใช้ในทางการแพทย์

 

ธุรกิจภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจการแบ่งปัน (Home Sharing)

– การเคลื่อนที่หรือย้ายถิ่นที่พักของผู้คนจะมีมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการในการเช่าที่พักระยะยาวมีเพิ่มมากขึ้น

– แนวโน้มการทำงานทางไกล หรือทำงานจากสถานที่อื่นนอกเหนือจากออฟฟิศ จะกลายเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยม

– Airbnb สนับสนุนการเติบโตของเทรนด์การเดินทางระยะยาวเปิดให้บริการที่พักแบบรายเดือน

– Airbnb และ Vrbo สร้างคู่มือความสะอาดและสุขอนามัย เพื่อให้ความรู้กับเจ้าของบ้านที่ให้บริการในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19

 

ร้านอาหาร (Restaurant)

– Investment Bank UBS คาดการณ์ว่า ธุรกิจร้านอาหารในสหรัฐอเมริกา จะปิดตัวถาวรสูงถึง 1 ใน 5 ของธุรกิจร้านอาหารทั้งหมดในประเทศ

– ร้านอาหารที่เน้นให้ความสำคัญด้านประสบการณ์ มีโอกาสสูงที่จะไม่รอด

– ร้านอาหารขนาดเล็กและบาร์เลือกที่จะปิดตัวเองลง เพราะไม่มี Cash flow สูงพอที่จะสามารถพยุงธุรกิจ

 

โรงแรม (Hotels)

– ความสะอาดและเทคโนโลยีไร้สัมผัสจะกลายเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ

– เน้นให้ความสำคัญด้านสุขภาพอนามัยและความปลอดภัย

– เน้นความสะดวกสบาย ไม่ยุ่งยาก ทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกเหมือนอยู่บ้านใช้เทคโนโลยีไร้สัมผัสช่วยลดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและผู้เข้าพัก

 

งานกิจกรรม และเทศกาลต่าง ๆ (Events)

– กิจกรรมที่มีการรวมตัวของมวลชนเริ่มกลับมาจัดอีกครั้งภายใต้คำเตือนและข้อกำหนดต่าง ๆ

– เริ่มต้นจากการจัดอีเวนต์เล็ก ๆ จัดขึ้นสำหรับคนในพื้นที่ก่อน

– เน้นจัดแบบระยะสั้น วันเดียวจบ จำกัดจำนวนคนเข้าให้น้อยลง และเว้นระยะห่างมากขึ้น

– มีทางเลือกให้สามารถเข้าชมแบบสดภายในสถานที่จัดและให้ชมผ่านช่องทางออนไลน์เสมือนอื่น ๆ