มองกลับไปตอนต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ตอนนั้น ในแต่ละวันจีนมีจำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 สูงถึง 3,000 เคส แต่ความเสียสละและทุ่มเทอย่างหนักของบุคลากรทางแพทย์ในการต่อสู้กับไวรัส ก็ทำให้จำนวนการติดเชื้อลดเหลือเพียงไม่กี่เคสต่อวันในช่วงหลังจากนั้นไม่นาน สวนทางกับสถานการณ์การติดเชื้อมีความรุนแรงขึ้นในพื้นที่อื่นๆ ทั่ว โลก และในช่วงเวลานี้เอง หุ่นยนต์ โดรน และเทคโนโลยีต่างๆ ก็เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกมิติของการต่อสู้กับไวรัส ตั้งแต่การรักษาเยียวยาผู้ติดเชื้อ การตรวจ วินิจฉัย วิเคราะห์ จำกัดการแพร่ระบาด ตลอดจนการค้นคว้าวิจัยด้านยาและ วัคซีนรักษา เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดความผิดพลาด ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค เพราะลดการติดต่อสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง

มาถึงตอนนี้ หลายคนอาจนึงถึงโรคระบาดร้ายแรงในอดีตอย่าง SARS

แต่จริงๆ แล้วการแพร่ระบาดของ Covid-19 มีจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่รุนแรงกว่ามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อการระบาดของโรคทวีความรุนแรงในภูมิภาคยุโรป พบว่าตัวเลขการเสียชีวิต Covid-19 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2020 มีระดับความรุนแรงกว่าครั้งที่เกิดโรค SARS ถึง 70 เท่า หากพิจารณาดูผลกระทบทางเศรษฐกิจก็มีแนวโน้มที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวยาวนานกว่าเช่นกัน ธนาคารโลกได้ประเมินไว้ว่าตั้งแต่เริ่มการระบาดจนถึงกลางเดือน กุมภาพันธ์ 2020 ว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจาก Covid-19 อาจสูงถึง 3 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยขณะนั้นการแพร่ระบาดยังไม่ได้ลุกลามเข้าไปในตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และยุโรปด้วยซ้ำ จึงมีความเป็นไปได้ว่า ความรุนแรงที่แท้จริงน่าจะสูงกว่านั้นอีกหลายเท่าตัว ส่งผลกระทบต่อทุกธุรกิจในทุกภูมิภาคทั่วโลก

 

เมื่อเกิดวิกฤตที่ต้องมีคนเสียชีวิตจำนวนมากทุกครั้ง มนุษย์ก็มักได้ถอดบทเรียนจากเหตุการณ์เลวร้ายได้เสมอ มนุษย์ได้เรียนรู้ที่จะปรับตัว พัฒนาองค์ความรู้จนเกิดเป็นวิวัฒนาการใหม่ๆ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสมอตลอดประวัติศาสตร์มนุษยชาติเมื่อเกิดวิกฤติการณ์ระดับโลกที่รุนแรง และนักวิเคราะห์มองว่าสิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนหลังจากนี้ นั่นคือเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด (Technology breakthrough) อีกจำนวนมากมาย

 

1 | Autonomous driving

เชื่อว่าหลังจากนี้เราจะได้เห็นเทคโนโลยีต่างๆ ที่อยู่ในห้องปฏิบัติการมาตลอด 10-15 ปี จะถูกนำมาใช้จริง และไปไกลกว่าที่เคยเป็น เห็นได้ชัดที่สุด คือ Autonomous driving (รถยนต์ไร้คนขับ) เริ่มลงถนนจริงๆ ในประเทศจีน ที่มีต้นทุนทางด้านเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ในช่วงวิกฤตที่หลายเมืองในจีนต้องปิด จีนจึงได้นำรถยนต์ไร้คนขับออกมาใช้งานจริงเพื่อขนส่งบุคลากรทางการแพทย์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นยา เวชภัณฑ์ ต่างๆ และเมื่อรถยนต์เหล่านี้ได้ลงมาวิ่งบนถนนในเมืองจริงๆ แล้ว นักวิเคราะห์มองว่ายิ่งเป็นการพิสูจน์ความเป็นไปได้ ที่มันจะถูกนามาใช้ในเมืองจริงๆ จังๆ สักที

 

2 | Robots to the rescue

วันนี้หุ่นยนต์ AI ได้ถูกนำมาใช้ขนส่งเครื่องมือแพทย์และยาในสถานการณ์จริงเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับตัวผู้ป่วยโดยตรง เราได้เห็น PING-AN Good Doctor หรือแพลตฟอร์มการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพรูปแบบใหม่เข้ามาช่วย มี AI เป็นผู้ให้คำปรึกษา สามารถตรวจวินิจฉัยและจ่ายยาให้ได้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่มีอาการรุนแรงมากนัก ซึ่งถือว่าสามารถช่วยคัดกรองผู้ป่วยในกรณีที่กลับบ้านได้ หรือต้องส่งต่อแพทย์เฉพาะทาง ช่วยลดภาระและความกดดันทางการแพทย์ลงได้มาก นอกจากนี้ Damo Academy หน่วยงานการวิจัยของ Alibaba ได้ พัฒนาเทคโนโลยี CT scan มาตรวจปอดและใช้ AI วิเคราะห์สภาพปอดกับความเสี่ยงในการติดเชื้อ Covid-19 ได้ ภายในระยะเวลาไม่กี่วินาที โดยสามารถแบ่งแยกผู้ติดเชื้อกับโรคปอดอักเสบทั่วไป และมีความแม่นยำกว่า 96% โดย ภายหลังจากการตรวจคนไข้แต่ละคน จะมีการใช้โดรนขนาดเล็กบินเข้าไปพ่นฉีดน้ายาฆ่าเชื้อในท่อ CT scan โดยไม่ ต้องให้บุคลากรทางการแพทย์เข้าไปเสี่ยงกับการติดเชื้อเลย

 

3 | Mobile location data

สู้กับโคโรนาไวรัส อาวุธใหม่ล่าสุดที่จีนใช้ต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัส นั่นคือ ระบบ QR Code ที่ช่วยแก้ pain point ให้คนในประเทศเดินทางในเมืองได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น และทางอ้อมก็เป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของ Covid-19 ให้กับคนในประเทศอีกทาง ระบบ QR Code เฉพาะบุคคลจะถูกเชื่อมต่อกับระบบ GPS ในโทรศัพท์มือถือ ดังนั้น ถ้า หาก GPS บันทึกได้ว่าบุคคลนั้นเคยเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง QR Code ใน Alipay ของบุคคลนั้นจะเปลี่ยนสีโดย อัตโนมัติ เช่น สีแดง นั่นหมายถึงบุคคลนั้นเคยเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงมาก่อนและต้องสงสัยว่าเป็นผู้ติดเชื้อ เสนอแนะให้กักตนเองหรือแยกจากบุคคลอื่นเพื่อสังเกตโรคเป็นเวลา 14 วัน ในช่วงเวลานั้นบุคคลนั้นจะไม่สามารถจ่ายเงินผ่าน ระบบ Alipay QR code ได้ชั่วคราว ขณะเดียวกัน หากเคยเดินทางไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ QR Code ก็จะเปลี่ยนเป็น สีส้ม แสดงสถานะว่า บุคคลดังกล่าวเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ต้องติดตามสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดหรือต้องกักบริเวณเป็นเวลา 7-14 วัน แล้วแต่ระดับความเสี่ยงของพื้นที่ที่เดินทางไป หรือจนกว่า QR Code จะเปลี่ยนเป็น สีเขียว เพื่อแสดงสถานะว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีอาการผิดปกติแล้ว ทั้งนี้ ข้อมูลความเสี่ยงของเมืองต่างๆ เหล่านี้จะมี การ update แบบ realtime อยู่ตลอดเวลา ทำให้รัฐสามารถเชื่อมโยงเส้นทางการเดินทางของผู้ติดเชื้อได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

 

4 | Advanced construction technology

เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านการก่อสร้าง เช่นเดียวกันกับโลกใหม่ด้านเทคโนโลยีการก่อสร้าง การสร้างโรงพยาบาลขนาด 2,000 เตียง ในระยะเวลา 10 วัน ย่อมทำให้เกิดมาตรฐานการก่อสร้างใหม่ๆ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เฉพาะทางจากประสบการณ์ตรง เช่น การปิดจุดอ่อนของการสร้างอาคาร ไม่ว่าจะเป็นมุมอับอากาศที่ทำให้เชื้อโรคสะสมได้นาน ระบบสาธารณูปโภค การตกแต่งภายในอาคาร รวมถึงไประบบการหมุนเวียนอากาศที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

จากประเทศที่ได้รับความช่วยเหลือจากนานาประเทศ ในตอนนี้จีนกลับเป็นประเทศที่ส่งความช่วยเหลือไป ประเทศอื่นที่การแพร่ระบาดมีความรุนแรงผ่านองค์ความรู้ที่ตนเองมี ทีมแพทย์ของจีนถูกส่งไปอิหร่าน อิตาลี ‘แจ็คหม่า’ เจ้าของธุรกิจ Alibaba ส่งเงินบริจาคและหน้ากากอนามัยกว่า 1 ล้านชิ้นกลับไปให้กับญี่ปุ่นเพื่อเป็นการตอบแทนความช่วยเหลือที่ญี่ปุ่นเคยมอบหน้ากากให้จีน 1 ล้านชิ้นครั้งที่การระบาดเพิ่งเริ่มเกิดในอู่ฮั่น ทำให้เห็นถึง น้ำใจและความช่วยเหลือเกื้อกูลที่มีให้กับเพื่อนร่วมโลก

ท่ามกลางวิกฤติการณ์ครั้งนี้ จีนก็ยังมีโอกาสตอกย้ำให้ต่างชาติประจักษ์ว่านี่คือประเทศหนึ่งที่มีวิวัฒนาการก้าวหน้าหลากหลายแขนง ซึ่งสร้างความน่าสนใจให้ประชาคมโลก และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้กับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีในระดับโลกต่อไป

ทุกท่านสามารถติดตามอ่านบทความเรื่องข้างต้นฉบับสมบูรณ์ได้ใน TAT Review Magazine ฉบับเดือนกรกฎาคม – กันยายน 2563

ที่มา: รายการ Thinking Asean โดย รศ.ดร. ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย https://www.bbc.com/news/technology-51717164

เรียบเรียงโดย พรรณรศา ธีระวงศ์สกุล